รายงาน 56-1 คืออะไร สำคัญอย่างไรกับนักลงทุน

แบบรายงาน 56-1 คือแบบรายงานที่บริษัทจดทะเบียนต้องส่งให้กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยจะมีเนื้อหาสรุปถึงการดำเนินการทางธุรกิจ การจัดการ การดูแลกิจการ รวมถึงผลประกอบการของบริษัทในแต่ละปี

แบบรายงาน 56-1 มีความสำคัญมากกับนักลงทุน เพราะเป็นรายงานที่บอกถึงตัวธุรกิจในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการดำเนินธุรกิจ จุดแข็ง จุดอ่อนของบริษัท โครงสร้างบริษัท ภาพรวมอุตสาหกรรม ฯลฯ

แบบรายงานนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญมากกับนักลงทุนที่ต้องการทำความเข้าใจเกี่ยวกับบริษัทมากขึ้นก่อนตัดสินใจลงทุน การที่เราได้อ่านแบบรายงานที่เขียนโดยผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรม จะทำให้เรามีความเข้าใจในธรรมชาติของธุรกิจต่างๆ ได้ดีขึ้น ทำให้เราเข้าใจว่าแต่ละสิ่งเชื่อมโยงกันอย่างไร อะไรบ้างที่มีผลต่อรายได้ และต้นทุนของกิจการ

ในไฟล์ 56-1 ที่ทุกบริษัทแนบมาแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ

ส่วนประกอบของไฟล์รายงาน 56-1

การประกอบธุรกิจ

ในส่วนการประกอบธุรกิจ จะอธิบายถึงลักษณะการประกอบกิจการของบริษัท บริษัทขายหรือให้บริการอะไร คู่แข่งเป็นใครบ้าง จุดอ่อน จุดแข็ง มีทรัพย์สินอะไรที่ใช้ในการทำธุรกิจ ความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมไปถึงคดีความการฟ้องร้องที่บริษัทมีด้วย แยกย่อยได้ดังนี้

  1. นโยบายและภาพรวมการประกอบธุรกิจ
  2. ลักษณะการประกอบธุรกิจ
  3. ปัจจัยความเสี่ยง
  4. ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ
  5. ข้อพิพาททางกฎหมาย
  6. ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลสำคัญอื่น

การจัดการและการกำกับดูแลกิจการ

ส่วนนี้จะบอกถึงโครงสร้างต่างๆ เช่นโครงสร้างของบริษัทและโครงสร้างการบริหาร ความรับผิดชอบต่อสังคม CSR รายการระหว่างกันของบริษัทและบริษัทย่อย

ในส่วนที่เป็นโครงสร้างบริษัทนี้ นักลงทุนมือใหม่ควรอ่านด้วย เพราะมันบอกได้ว่า บริษัทมีหุ้นในบริษัทลูกต่างๆ เท่าไหร่ บริษัทลูกจะแบ่งส่วนที่เป็นกำไรมาให้บริษัทมากน้อยขนาดไหน รวมถึงใครถือหุ้นใหญ่ ผู้บริหารถือหุ้นเยอะหรือไม่ ถ้าเยอะ ผลประกอบการของบริษัท จะมีผลกระทบโดยตรงกับความมั่งคั่งของผู้บริหาร ทำให้ผู้บริหารมีความขยันมากขึ้น แยกเป็นหัวข้อย่อยได้ดังนี้

  1. ข้อมูลหลักทรัพย์และผู้ถือหุ้น
  2. โครงสร้างการจัดการ
  3. การกำกับดูแลกิจการ
  4. ความรับผิดชอบต่อสังคม
  5. การควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยง
  6. รายการระหว่างกัน

ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน

ส่วนหลักส่วนสุดท้ายคือการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัท จะเป็นส่วนที่แสดงทั้ง งบดุล งบกำไรขาดทุน และงบกระแสเงินสด รวมถึงอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ ส่วนนี้ประกอบไปด้วย

  1. ข้อมูลทางการเงินที่สำคัญ
  2. การวิเคราะห์และคำอธิบายของฝ่ายจัดการ

นอกจากนั้นยังมีส่วนเอกสารแนบเพิ่มเติมด้วย

  1. รายละเอียดเกี่ยวกับกรรมการ ผู้บริหาร ผู้มีอำนาจควบคุม และเลขานุการบริษัท
  2. รายละเอียดเกี่ยวกับกรรมการของบริษัทย่อย
  3. รายละเอียดเกี่ยวกับหัวหน้างานตรวจสอบภายใน และหัวหน้างานกำกับดูแลการปฏิบัติงานของบริษัท
  4. รายละเอียดเกี่ยวกับการประเมินราคาทรัพย์สิน
  5. อื่นๆ

56-1 หาจากไหน

แบบรายงาน 56-1 สามารถหาได้จากเวบไซต์ของกลต.ในหน้าเอกสารเผยแพร่ของบริษัทที่ออกและเสนอขายหลักทรัพย์

การค้นหาแบบ 56-1 ของบริษัท sis

เราสามารถทำการค้นหาด้วยชื่อย่อหุ้นที่เราสนใจได้ทันที แล้วกด Enter ระบบจะเปลี่ยนชื่อย่อหุ้น เป็นชื่อบริษัท แล้วกดค้นหา

เลือก download 56-1 ตามปีที่สนใจ

(ถ้าใส่ชื่อย่อหุ้นไปก่อน แล้วกดค้นหา จะหาไม่เจอ ต้องไปกดค้นหาซ้ำอีกครั้ง)

56-1 ออกเมื่อไหร่

ทุกๆ ปีบริษัทจดทะเบียนที่มีรอบบัญชี 1 มกราคมถึง 31 ธันวาคม จะต้องส่ง แบบ 56-1 ภายในวันที่ 31 มีนาคม

(บางบริษัทเริ่มงบไตรมาสแรกที่เดือนธันวาคม เพื่อให้เวลาจบไตรมาส 4 ของทุกปี บริษัทจะได้สรุปรายรับรายจ่ายทันสิ้นปีพอดี)

56-1 กับ รายงานประจําปี ต่างกันยังไง

แบบรายงาน 56-1

  • จัดทำขึ้นเพื่อส่งให้ก.ล.ต.
  • จัดทำขึ้นเพื่อให้เข้าใจภาพรวมของกิจการ เช่น วิธีทำธุรกิจ โครงสร้างรายได้ โครงสร้างผู้ถือหุ้น ลักษณะผลิตภัณฑ์ ความเสี่ยง

แบบรายงานประจำปี

  • จัดทำขึ้นเพื่อส่งให้ผู้ถือหุ้น
  • แสดงรายละเอียดการดำเนินงาน วิสัยทัศน์ พันธกิจ ฐานะการดำเนินงาน

เมื่อก่อนตัวผู้เขียนอ่านแต่ 56-1 และงบการเงินเพราะคิดว่าครอบคลุมการดำเนินงานทางธุรกิจมากกว่า ต่อมาพอได้อ่านแบบรายงานประจำปี จึงค้นพบว่า รายงานประจำปีเองนั้นนักลงทุนก็ควรอ่านเป็นอย่างมาก เพราะมันแสดงถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร รวมถึงแผนการดำเนินงานที่บริษัทวางไว้ ซึ่งเราสามารถติดตามดูได้ว่า ผู้บริหารนั้นทำอย่างที่พูดหรือวางแนวทางไว้หรือไม่ หรือมีการปรับเปลี่ยนตลอดเวลาต้นปีบอกแบบนึง ปลายปีบอกอีกแบบนึง เป็นต้น

56-1 One Report คืออะไร

นับตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นไป ก.ล.ต. กำหนดให้แบบแสดงรายงานข้อมูลประจำปี และรายงานประจำปีรวมกันเป็น “56-1 One Report”

เรียกง่ายๆ ว่ารวมแบบ 56-1 และ 56-2 (รายงานประจำปี) เข้าด้วยกัน และปรับปรุงให้การรายงานมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งในส่วนการประกอบธุรกิจและผลการดำเนินงาน และการกำกับดูแลกิจการ ส่วนมากเน้นไปที่เรื่อง ESG (Environmental, social, and governance)

แนวคิดหลักในการรวมแบบ 56-1 และ 56-2 ก็คือ

  • ลดภาระของบริษัทจดทะเบียน ไม่ต้องทำรายงาน 2 อันที่มีความคล้ายคลึงกัน
  • ข้อมูลชุดเดียวส่งให้ทั้ง ก.ล.ต. และผู้ถือหุ้นได้เลย