เงินเฟ้อ คืออะไร สาเหตุ ผลกระทบ แบบเข้าใจง่าย

เงินเฟ้อคืออะไร มีสาเหตุจากอะไร

เงินเฟ้อ (Inflation) คือ ปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจที่ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อำนาจซื้อของเงินลดลง ผู้บริโภคต้องใช้เงินจำนวนมากขึ้นเพื่อแลกกับสินค้าและบริการเท่าเดิม สาเหตุของเงินเฟ้อมาจากหลายปัจจัย เช่น ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น อุปสงค์มากกว่าอุปทาน หรือปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น เงินเฟ้อส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการดำรงชีวิตของประชาชน รัฐบาลและธนาคารกลางจึงต้องติดตามและควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและปกป้องอำนาจซื้อของประชาชน เงินเฟ้อเป็นปรากฏการณ์ที่ตรงข้ามกับเงินฝืด สาเหตุของเงินเฟ้อคืออะไร เงินเฟ้อสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ สาเหตุหลักๆ ของการเกิดเงินเฟ้อ มีดังนี้ อุปสงค์มากกว่าอุปทาน (Demand-Pull Inflation): เมื่อความต้องการสินค้าและบริการในระบบเศรษฐกิจมีมากกว่าปริมาณที่ผลิตได้ จะทำให้ราคาสินค้าโดยรวมปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น (Cost-Push Inflation): เมื่อต้นทุนปัจจัยการผลิตเพิ่มสูงขึ้น เช่น ราคาวัตถุดิบ, ค่าแรงงาน, หรือราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้น ผู้ผลิตจะผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภค โดยการขึ้นราคาสินค้า นโยบายการเงินแบบขยายตัว (Expansionary Monetary Policy): เมื่อธนาคารกลางพิมพ์ธนบัตรออกมามากเกินไป ปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจจะสูงเกินกว่าการเติบโตของผลผลิต ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น เงินเฟ้อที่เกิดจากการคาดการณ์ (Inflation Expectations): เมื่อประชาชนและภาคธุรกิจคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อในอนาคตจะสูงขึ้น ก็มีโอกาสทำให้เกิดเงินเฟ้อขึ้นจริงได้ เช่น หากบริษัทคาดการณ์ว่าในอนาคตราคาต้นทุนจะเพิ่มและบริษัทขึ้นราคาสินค้าตามความเชื่อนั้น ราคาสินค้าก็จะเพิ่มขึ้นจริงๆ ส่วนภาคประชาชนที่เป็นแรงงาน หากคาดว่าในอนาคตจะมีเงินเฟ้อสูงขึ้น ก็จะเรียกร้องขอค่าแรงเพิ่มขึ้นเพื่อให้ชดเชยรายได้ในส่วนของกำลังซื้อที่จะลดลงในอนาคต และหากมีการขึ้นค่าแรงจริงๆ ก็จะส่งผลกระทบให้ราคาสินค้าสูงขึ้นจริงเช่นกัน … Read more

เงินฝืดคืออะไร มีผลกระทบอย่างไร ใครได้ประโยชน์

เงินฝืด คืออะไร สาเหตุคืออะไร ใครได้ประโยชน์ ใครเสียประโยชน์

เงินฝืด คือ ภาวะทางเศรษฐกิจที่ราคาสินค้าและบริการลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่การลดลงของการผลิต, การลงทุน, และการจ้างงาน และอาจมีผลต่อการลดลงของระดับความต้องการสินค้าและบริการรวมถึงนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ในช่วงภาวะเงินฝืดกำลังซื้อของสกุลเงินนั้นจะมีมากขึ้น เงินฝืดเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับเงินเฟ้อ สาเหตุเงินฝืด สาเหตุของเงินฝืดสามารถแบ่งออกเป็นสองสาเหตุหลักๆ คือ สาเหตุด้านอุปทาน (supply-side deflation) และสาเหตุด้านอุปสงค์ (demand-side deflation) สาเหตุด้านอุปทาน คือ สาเหตุที่เกิดจากการที่มีสินค้าและบริการออกมาจำหน่ายในตลาดมากจนเกินความต้องการของผู้บริโภค พอมีการผลิตสินค้าออกมาเป็นจำนวนมากเกินไปก็ทำให้เกิดการแข่งกันลดราคาเพื่อแย่งลูกค้า พอลูกค้าเห็นว่าราคาสินค้าลดลงต่อเนื่องก็จะชะลอการใช้จ่ายลง เพราะเชื่อว่าจะได้ของที่ถูกกว่าในอนาคต สาเหตุด้านอุปสงค์ คือ สาเหตุที่เกิดจากการที่ความต้องการในสินค้าและบริการลดลง เช่น รายได้ของผู้บริโภคลดลง ทำให้จับจ่ายใช้สอยน้อยลง, อัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพิ่มขึ้น ทำให้กำลังซื้อลดลง (เพราะต้องนำเงินไปจ่ายดอกเบี้ย เหลือเงินมาใช้จ่ายน้อยลง), ประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจในอนาคต ทำให้ชะลอการใช้จ่าย ซึ่งทั้งสองกรณีสุดท้ายแล้วจะก่อให้เกิดความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง เมื่อผู้คนจับจ่ายใช้สอยน้อยลง สินค้าที่ผลิตออกมาก็ขายไม่ออก พอขายไม่ออก ผู้ผลิตก็ต้องลดราคาสินค้าเพื่อกระตุ้นยอดขาย รวมถึงการลดการจ้างแรงงานลงเพื่อที่จะประคับประคองให้กิจการอยู่รอดต่อไปได้ พอการจ้างงานลดลง กำลังซื้อก็ลดลงด้วยเพราะคนไม่มีงานทำ เหตุการณ์แบบนี้ถ้าเป็นไปอย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ได้ นอกจากนี้ เงินฝืดยังสามารถเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้อีก เช่น นโยบายการคลังที่เข้มงวด เช่น การขึ้นภาษี, … Read more

กำไรส่วนเกิน หรือ Contribution Margin คืออะไร

contribution margin คืออะไร สูตรคือ contribution margin per unit

Contribution Margin คือ กำไรส่วนที่เหลือของสินค้า หลังหักต้นทุนผันแปรของสินค้านั้นออกแล้ว เราสามารถคิดแบ่งออกได้เป็น กำไรส่วนที่เหลือของสินค้าทั้งหมด หรือกำไรส่วนที่เหลือของสินค้าต่อชิ้น ก็ได้ หากคิดเป็นต่อชิ้นก่อน จะเข้าใจง่ายกว่า ดังนี้ เวลาที่เราผลิตสินค้าจะมีต้นทุน 2 อย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง คือ 1. ต้นทุนคงที่ (Fixed cost) กับ 2. ต้นทุนผันแปร (Variable cost) ต้นทุนคงที่นั้นไม่ว่าเราจะผลิตมากเท่าไหร่ ต้นทุนส่วนนี้ก็ไม่เพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนผันแปรนั้นจะเพิ่มขึ้น/ลดลง ตามปริมาณการผลิต ผลิตมากต้นทุนก็มาก ผลิตน้อยต้นทุนก็น้อย ดังนั้นหากเราอยากผลิตให้มีกำไร เราต้องมาแยกดูส่วนประกอบของสินค้าว่าเป็นต้นทุนเท่าไหร่ กำไรเท่าไหร่ในชิ้นๆ นึง ดังรูปข้างล่าง ให้สังเกตว่าในรูป ไม่ได้รวมต้นทุนคงที่เข้าไป จะมีแค่ต้นทุนผันแปรในชิ้นนั้นเท่านั้น ซึ่งการที่เราแยกอัตราส่วนต้นทุนและกำไรได้แบบในรูปด้านบน จะมีประโยชน์มากเพราะเราจะสามารถทราบได้ว่าจุดคุ้มทุนอยู่ที่จำนวนกี่ชิ้น เราต้องขายสินค้าจำนวนเท่าไหร่ เพื่อเอากำไรแต่ละชิ้นไปรวมๆ กัน แล้วให้เท่ากับต้นทุนคงที่ ซึ่งแปลว่า ณ จุดนั้นกิจการคุ้มทุนแล้ว   และเมื่อขายเพิ่มขึ้นอีกชิ้น เราก็จะเริ่มมีกำไรแล้ว สูตรหา Contribution Margin Contribution … Read more

Variable Cost คืออะไร มีอะไรบ้าง

variable cost คืออะไร มีอะไรบ้าง ต่างจาก fixed cost ยังไง

Variable Cost หรือ ต้นทุนผันแปร คือ ต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณการผลิต ยิ่งผลิตมากต้นทุนยิ่งสูง ยิ่งผลิตน้อยต้นทุนยิ่งต่ำ ตัวอย่างของ Variable cost เช่น สำหรับบริษัทที่ทำธุรกิจผลิตสินค้า ได้แก่ ค่าวัตถุดิบในการผลิต ค่า packaging และสำหรับบริษัทค้าปลีก เช่น ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต ค่าขนส่ง เป็นต้น ในขณะที่ต้นทุนผันแปรหรือ Variable cost จะแปรผันตามปริมาณการผลิต แต่อีกต้นทุนหนึ่งที่สำคัญนั้นเรียกว่า ต้นทุนคงที่หรือ Fixed Cost จะไม่ผันแปรตามการผลิต ผลิตเท่าไหร่ต้นทุนก็เท่าเดิม หากเราต้องการหาต้นทุนที่เป็นต้นทุนผันแปรทั้งหมด (Total Variable cost) เราสามารถหาได้จากสูตร Total Variable cost = Variable cost per unit x Total Quantity หรือก็คือ ต้นทุนผันแปรทั้งหมด = ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย x จำนวนหน่วยที่ผลิต จากรูปกราฟจะเห็นข้อเปรียบเทียบระหว่าง … Read more

Fixed Cost คืออะไร รู้ครบเรื่องต้นทุนคงที่

fixed costs คืออะไร ต่างกับ variable costs ยังไง

Fixed Cost คือ ต้นทุนคงที่ ที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปตามการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของการผลิตสินค้าหรือบริการ Fixed Cost หรือ ต้นทุนคงที่นั้นมักเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดซ้ำ และไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการผลิต เช่น ค่าเช่า การจ่ายดอกเบี้ย ประกัน ค่าเสื่อมราคา เป็นต้น ต้นทุน Fixed Cost นี้แตกต่างจาก Variable cost ที่เป็นต้นทุนผันแปรและจะแปรผันไปตามปริมาณการผลิต ตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายที่สุดของ Fix cost คือ ค่าเช่าโรงงาน ที่ไม่ว่าเราจะผลิตสินค้ามากหรือน้อย เราก็จ่ายค่าเช่าเท่าเดิมอยู่ดี เช่น เราเช่าโรงงานเดือนละ 1 ล้านบาท ไม่ว่าเราจะผลิตสินค้า 1,000 ชิ้น หรือ 100,000 ชิ้น เราก็จ่ายค่าเช่าเท่าเดิม ซึ่งการผลิตสินค้าจำนวนมากขึ้น แต่ต้นทุน Fix cost เท่าเดิมนี้ จะทำให้ต้นทุนในส่วน Fix cost ถูกกระจายไปยังจำนวนสินค้าที่มากขึ้น ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Economies of Scale หรือก็คือต้นทุนต่อหน่วยต่ำลง … Read more

Economies of Scale คืออะไร เกิดจากอะไร มีผลอย่างไร

economies of scale คืออะไร EOS คือ การประหยัดต่อขนาด

Economies of Scale คืออะไร Economies of Scale (EOS) หรือ การประหยัดจากขนาด คือ การที่บริษัทมีความได้เปรียบทางด้านต้นทุนในการผลิต เกิดจากการที่ต้นทุนถูกกระจายไปยังสินค้าจำนวนมากขึ้น ทำให้ต้นทุนของสินค้าต่อชิ้นลดลง ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนคงที่ (Fixed costs) หรือต้นทุนผันแปร (Variable costs) การประหยัดจากขนาดนั้น ขนาดของธุรกิจมีผลมาก ยิ่งธุรกิจมีขนาดใหญ่ ยิ่งมีผลให้ประหยัดต้นทุนต่อชิ้นได้มากขึ้น การประหยัดต่อขนาดสามารถมาได้จากทั้งภายในและภายนอก โดยการประหยัดจากขนาดจากภายในขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฝ่ายบริหาร ในขณะที่การประหยัดจากขนาดจากภายนอกเกิดเพราะปัจจัยภายนอกบริษัท การประหยัดจากขนาดภายในอาจมาได้จากหลายส่วนงานเช่น งานบัญชี งาน IT การตลาด ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือประสิทธิภาพในการทำงาน การประหยัดจากขนาดเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกธุรกิจ และเป็นข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขันที่ธุรกิจขนาดใหญ่มีเหนือธุรกิจขนาดเล็ก ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่เข้าใจว่าทำไมสินค้าที่ผลิตจากผู้ผลิตรายย่อยจึงมีราคาแพงกว่าผู้ผลิตรายใหญ่ สาเหตุก็เพราะต้นทุนต่อหน่วยของสินค้าที่ขายนั้น ขึ้นอยู่กับปริมาณที่บริษัทผลิตได้ บริษัทขนาดใหญ่สามารถผลิตได้มากกว่า และกระจายต้นทุนการผลิตไปยังสินค้าที่มากขึ้น (ตัวหารมากขึ้น ทำให้ต้นทุนต่อชิ้นลดลง) มีสาเหตุหลายอย่างที่ทำให้การประหยัดต่อขนาดทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง เช่น ความเชี่ยวชาญของแรงงาน การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มปริมาณการผลิต เวลาสั่งซื้อของจาก Supplier จำนวนมาก ก็ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงเช่นกัน นอกจากนั้นการกระจายต้นทุนการทำงานไปยังหน่วยงานภายในต่างๆ ก็ทำให้ต้นทุนต่อชิ้นลดลงได้ อย่างไรก็ตาม Economies … Read more

ROI คืออะไร สำคัญอย่างไร ข้อจำกัดคืออะไร

roi พร้อมสูตรคำนวณ ตัวอย่าง และข้อจำกัด

ROI (Return On Investment) คือ ผลตอบแทนจากการลงทุน เราใช้ ROI ในการพิจารณาและประเมินว่าการลงทุนของเราคุ้มค่าแค่ไหน โดยสามารถใช้ได้กับทุกการลงทุนที่มีการใช้เงินลงทุน และมีผลตอบแทนจากการลงทุน ประเภทของการลงทุนที่มีการใช้เงินลงทุน และมีผลตอบแทนจากการลงทุน สามารถคิดค่า ROI ออกมาได้เสมอ เช่น การทำการตลาด การทำโฆษณา การยิงโฆษณาผ่าน social media ต่างๆ การออกบูธ เป็นต้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เราควรคิดค่า ROI เสมอ เพื่อดูว่ากิจกรรมที่เราทำไปคุ้มค่าหรือไม่ ความสำคัญของ ROI ROI นั้นมีความสำคัญกับทุกหน่วยงานของธุรกิจ ถ้าเป็นหน่วยงานย่อยๆ ภายในบริษัทเอง ก็อาจเป็น KPI ที่สำคัญสำหรับชี้วัดประสิทธิภาพของหน่วยงานนั้นได้ ถ้าสำหรับเชิงธุรกิจ ค่า ROI ก็ใช้สำหรับวัดความคุ้มค่าของการลงทุน ว่าโครงการต่างๆ เหมาะสมกับการลงทุนหรือไม่ โดยอาจประมาณการก่อนที่จะลงทุนจริง ว่าจะมีต้นทุนเท่าไหร่ รายรับเท่าไหร่ เมื่อหาค่า ROI ได้แล้ว จึงมาพิจารณาต่อว่า ค่าที่คำนวณได้ คุ้มค่าแก่การลงทุนหรือไม่ … Read more

งบดุล งบแสดงฐานะการเงิน (Balance Sheet) คืออะไร

balance sheet คืออะไร

งบดุล หรือ งบแสดงฐานะทางการเงิน (ภาษาอังกฤษ Balance Sheet) คือ งบที่แสดงฐานะทางการเงินของกิจการ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง สาเหตุที่บอกว่า ณ เวลาใดเวลาหนึ่งก็เพราะ งบดุลนั้นจะแสดงภาพของกิจการ ณ วันที่จัดทำงบการเงิน ไม่ใช่ช่วงเวลาระหว่างงวดงบการเงิน เช่น หากเราจัดทำงบการเงินตอนสิ้นปี เราจะพูดว่า ณ วันที่สิ้นปี บริษัทมีสินทรัพย์ 1000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินสด 200 ล้านบาท และอื่นๆ เพื่อบอกนักลงทุนว่า ณ วันสิ้นปีบริษัทมีเงินสด 200 ล้าน แต่หากเป็นงบกำไรขาดทุน จะเป็นช่วงเวลาว่าในช่วงเวลางวดงบการเงินที่กำหนด บริษัททำรายได้ กำไรได้เท่าไหร่ในงวดนั้น จะไม่ใช่ จุดของเวลา แต่เป็นช่วงเวลา งบดุล หรืองบแสดงฐานะทางการเงินนั้น ประกอบด้วย สินทรัพย์ (Assets), หนี้สิน (Liabilities) และ ส่วนของผู้ถือหุ้น (Shareholders equity) มีสมการทางบัญชีคือ สินทรัพย์ = … Read more

BOI คือ อะไร มีสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง

BOI คืออะไร มีสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง วิธีขอ BOI

BOI (ย่อมาจาก Board of Investment) คือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการความช่วยเหลือและส่งเสริมการลงทุนให้กับกิจการที่อยู่ใน BOI เพื่อเพิ่มศักยภาพและการแข่งขันเชิงธุรกิจให้กับประเทศไทย BOI นั้นก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2509 มีเป้าหมายที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้า และสร้างรากฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจในด้านต่างๆ โดยจะช่วยลดความเสี่ยงในด้านการลงทุน ลดภาระค่าใช้จ่ายตอนเริ่มต้นในการลงทุน เพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน ช่วยให้คำปรึกษาและบริการในการลงทุน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน รวมถึงดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้มาลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งบริษัทที่จะเข้าร่วมขอสิทธิ BOI ได้นั้น ต้องผ่านหลักเกณฑ์การอนุมัติของ BOI เท่านั้น หลักเกณฑ์การอนุมัติโครงการ ต้องเป็นโครงการที่มีประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมอยู่ในขณะยื่นขอรับการส่งเสริม และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในแต่ละประเภทกิจการ การให้การส่งเสริมจะพิจารณาเป็นรายโครงการ และต้องเป็นโครงการที่มีการลงทุนใหม่ในเครื่องจักรใหม่ทั้งสายการผลิต โดยโครงการที่ดำเนินการอยู่แล้วไม่สามารถยื่นขอรับการส่งเสริมได้ ต้องใช้กรรมวิธีการผลิตที่ทันสมัย ต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำ (ไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน) ไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท ต้องมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนจดทะเบียนไม่เกิน 3 ต่อ 1 สำหรับโครงการริเริ่ม ส่วนโครงการขยายจะพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายกรณี ต้องมีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่า 20% ของรายได้ ยกเว้นกิจการเกษตรและผลิตผลจากการเกษตร กิจการอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน และกิจการตัดโลหะต้องมีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่า 10% … Read more

FED คืออะไร มีหน้าที่อะไร สำคัญอย่างไร

FED คืออะไร มีหน้าที่อะไร สำคัญอย่างไร

FED (Federal Reserve) คือ ธนาคารกลางของประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นโดย Federal Reserve Act ในปี 1913 โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ สร้างเสถียรภาพของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดูแลเสถียรภาพทางการเงิน ความมั่นคงของสถาบันการเงิน ตัวเลขการจ้างงาน เป็นต้น FED เป็นธนาคารกลางอิสระสามารถดำเนินการและตัดสินใจเรื่องต่างๆ ได้โดยไม่ได้รับผลกระทบจากการเมือง เช่น การตัดสินใจเกี่ยวกับนโยบายการเงินไม่ต้องรอการอนุมัติจากสภา, การบริหารจัดการต่างๆ ไม่ได้รับผลกระทบหากเปลี่ยนรัฐบาล, FED ไม่ได้รับงบประมาณจากรัฐบาล แต่มีรายได้จากการถือครองหุ้นของรัฐแทน อย่างไรก็ตาม FED ไม่ได้เป็นอิสระ 100% เพราะประธานและกรรมการดำเนินการของ FED ถูกแต่งตั้งโดยประธานาธิบดีของสหรัฐ และต้องได้รับการอนุมัติจากสภา และ FED ต้องรายงานเกี่ยวกับการดำเนินงานและนโยบายการเงินแก่สภาสหรัฐ FED มีหน้าที่อะไรบ้าง FED มีบทบาทที่สำคัญต่อเศรษฐกิจและระบบการเงินของสหรัฐอเมริกา และทำหน้าที่ในหลายๆ ด้านเพื่อรักษาความเสถียรภาพของระบบการเงินและเศรษฐกิจของประเทศดังนี้ นโยบายการเงิน: Federal Reserve (FED) มีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐอเมริกา โดยมุ่งเน้นไปที่การจ้างงานสูงสุด, ควบคุมตัวเลขเงินเฟ้อ/เงินฝืด อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ผ่านการใช้เครื่องมือทางการเงินต่างๆ เช่น OMO … Read more