งบดุล งบแสดงฐานะการเงิน (Balance Sheet) คืออะไร

balance sheet คืออะไร

งบดุล หรือ งบแสดงฐานะทางการเงิน (ภาษาอังกฤษ Balance Sheet) คือ งบที่แสดงฐานะทางการเงินของกิจการ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง สาเหตุที่บอกว่า ณ เวลาใดเวลาหนึ่งก็เพราะ งบดุลนั้นจะแสดงภาพของกิจการ ณ วันที่จัดทำงบการเงิน ไม่ใช่ช่วงเวลาระหว่างงวดงบการเงิน เช่น หากเราจัดทำงบการเงินตอนสิ้นปี เราจะพูดว่า ณ วันที่สิ้นปี บริษัทมีสินทรัพย์ 1000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินสด 200 ล้านบาท และอื่นๆ เพื่อบอกนักลงทุนว่า ณ วันสิ้นปีบริษัทมีเงินสด 200 ล้าน แต่หากเป็นงบกำไรขาดทุน จะเป็นช่วงเวลาว่าในช่วงเวลางวดงบการเงินที่กำหนด บริษัททำรายได้ กำไรได้เท่าไหร่ในงวดนั้น จะไม่ใช่ จุดของเวลา แต่เป็นช่วงเวลา งบดุล หรืองบแสดงฐานะทางการเงินนั้น ประกอบด้วย สินทรัพย์ (Assets), หนี้สิน (Liabilities) และ ส่วนของผู้ถือหุ้น (Shareholders equity) มีสมการทางบัญชีคือ สินทรัพย์ = … Read more

PEG Ratio คืออะไร บอกอะไรนักลงทุน

PEG Ratio คืออะไร คำนวณอย่างไร บอกอะไรนักลงทุน

PEG Ratio หรือ Price/Earnings to Growth Ratio คือ อัตราส่วนทางการเงินที่เปรียบเทียบระหว่าง P/E ratio กับ อัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ของกิจการ อัตราส่วนนี้ใช้บอกว่าอัตราการเติบโตของ EPS เมื่อเทียบกับค่า P/E แล้ว เหมาะสมพอกับความคาดหวังของนักลงทุนหรือไม่ หุ้นมีราคาแพงเกินไปหรือไม่ ค่า PEG Ratio ถูกคิดค้นขึ้นโดย Mario Farina และถูกทำให้โด่งดังโดย Peter Lynch เพื่อประเมินความถูกแพงของหุ้น เนื่องจากหุ้นบางตัวแม้จะมี P/E ratio ที่ต่ำ แต่ด้วยการเติบโตที่ต่ำอาจทำให้ไม่น่าสนใจก็ได้ ในทางกลับกันหุ้นที่มี P/E Ratio ที่สูงแต่มีอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นที่สูงด้วย อาจทำให้หุ้นนั้นไม่ได้แพงอย่างที่คิด สูตรคำนวณ PEG Ratio สูตรคำนวณ PEG Ratio คือ PEG Ratio = PE ratio … Read more

Common Size Analysis คืออะไร พร้อมตัวอย่าง

Common Size Analysis คืออะไร วิธีคิดและตัวอย่าง งบกำไรขาดทุน

Common Size Analysis (การวิเคราะห์งบตามแนวดิ่ง) คือ การแปลงตัวเลขรายการต่างๆ ในงบการเงิน ให้อยู่ในรูปร้อยละ โดยการเทียบกับรายการที่เป็นฐานการคำนวณ เพื่อหาสัดส่วนและความสัมพันธ์ในรายการต่างๆ วิธีคิด Common Size Analysis หลักคิดของการวิเคราะห์งบการเงินตามแนวดิ่งก็คือว่า เราอยากเห็นภาพให้ชัดเจนขึ้นว่ารายการต่างๆ คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับฐานตัวเลขที่สำคัญ เช่น ต้นทุนขายคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับรายได้รวม, ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้รวม, กำไรสุทธิคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้รวม, สินทรัพย์หมุนเวียนคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของสินทรัพย์รวม เป็นต้น เพื่อดูว่ามีรายการใดที่มีค่าสูงหรือต่ำผิดปกติหรือไม่ นอกจากนั้นเมื่อเราได้ตัวเลขต่างๆ ตามแนวดิ่งนี้แล้ว หากเราทำเพิ่มเติมไปต่อเนื่องหลายๆ งวดงบการเงิน เช่น ทำหลายๆ ปีหรือหลายๆ ไตรมาส เราจะได้สิ่งที่เรียกว่า Trend Anaylsis (การวิเคราะห์ตามแนวนอน) อีกด้วย ซึ่งเป็นการดูแนวโน้มว่าสัดส่วนของรายการในงบการเงินที่เราสนใจ เพิ่มขึ้นหรือลดลงเมื่อเวลาผ่านไปแต่ละไตรมาสหรือแต่ละปี ตัวอย่างการวิเคราะห์ Common Size Analysis ในที่นี้จะขอยกตัวอย่างจากสถานการณ์จริง จากงบการเงินของหุ้น XO การวิเคราะห์งบแนวดิ่งสามารถทำได้โดยการเทียบอัตราส่วนต่างๆ ในงบดุลและงบกำไรขาดทุนดังนี้ Common Size Analysis ในงบดุล หลังจาก … Read more

ค่าเบต้า (Beta) ของหุ้นคืออะไร

ค่า Beta ของหุ้นคืออะไร ดูตรงไหน

ค่าเบต้า (Beta หรือ β) คือ ตัวเลขที่ใช้วัดความผันผวนของหุ้นหรือกองทุนรวมเมื่อเทียบกับตลาดทั้งหมดหรือดัชนีหุ้นที่เป็นตัวแทนของตลาด เช่น SET Index, ดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรม ค่า Beta แบ่งได้ดังนี้: ค่า Beta = 1: หุ้นหรือกองทุนรวมนั้นมีผันผวนเทียบเท่ากับตลาดทั้งหมด หากตลาดเพิ่มขึ้น 10%, หุ้นหรือกองทุนรวมนั้นจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 10% ด้วย หากตลาดลดลง 5% หุ้นหรือกองทุนรวมนั้นก็มีแนวโน้มจะลดลง 5% ด้วย เช่นกัน ค่า Beta > 1: หุ้นหรือกองทุนรวมนั้นมีความผันผวนมากกว่าตลาดทั้งหมด เช่น หากค่า Beta เป็น 1.5, หากตลาดเพิ่มขึ้น 10%, หุ้นหรือกองทุนรวมนั้นจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 15% ค่า Beta < 1: หุ้นหรือกองทุนรวมนั้นมีความผันผวนน้อยกว่าตลาดทั้งหมด เช่น หากตลาดลดลง 10% หุ้นตัวนั้นอาจจะลงแค่ 7% เป็นต้น ค่า … Read more

Free Float คืออะไร สำคัญอย่างไรกับการเลือกหุ้น

free float คืออะไร ควรเป็นเท่าไหร่ กี่เปอร์เซ็นต์

Free Float คือ ผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ไม่ใช่ผู้มีส่วนร่วมในการบริหารงาน (Strategic Shareholders) โดย ผู้ที่มีส่วนร่วมในการบริหารงาน (Strategic Shareholders) คือ กรรมการ ผู้จัดการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งระดับบริหาร 4 รายแรกนับต่อจากผู้จัดการลงมา ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 5 ของทุนชำระแล้ว ผู้มีอำนาจควบคุม หรือผู้ที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายการจัดการของบริษัท หรือกล่าวง่ายๆ ได้ว่า Free Float ก็คือจำนวนหุ้นที่เค้าให้พวกผู้ถือหุ้นรายย่อยอย่างพวกเราซื้อขายกันนี่แหละ Free Float เป็นอัตราส่วนที่จะบอกว่าหุ้นตัวนั้นมีสภาพคล่องในการซื้อขายมากน้อยขนาดไหน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น และผู้ลงทุนที่จะซื้อขายหุ้นได้อย่างคล่องตัว ซึ่งสุดท้ายแล้วจะนำมาซึ่งความน่าสนใจในการลงทุนในกิจการหรือบริษัทนั้น ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่า บริษัทจดทะเบียนต้องมีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อยไม่น้อยกว่า 150 ราย และถือหุ้นรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ของทุนชำระแล้วของบริษัท หากบริษัทจดทะเบียนมี Free Float ไม่ถึงเกณฑ์จะต้องเสียค่าธรรมเนียมด้วย นอกจากนั้นยังมีเกณฑ์สำหรับหุ้นที่จะเข้าไปอยู่ในดัชนี้ SET50 ได้ จะต้องมี Free Float อย่างน้อย 20% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว Free Float ควรเท่าไหร่ … Read more

Short Sell คืออะไร? ทำกำไรในช่วงหุ้นตก

Short Sell คืออะไร ทำกำไรอย่างไร

Short sell คือการทำกำไรในช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลง มีวิธีการทำคือ เราจะทำการยืมหุ้นจากบริษัทหลักทรัพย์เพื่อนำมาขายก่อน แล้วจึงซื้อไปคืนบริษัทหลักทรัพย์ทีหลังในราคาที่ต่ำกว่าตอนที่ยืมมาขาย ยกตัวอย่างเช่น หุ้น SINGER มีราคาอยู่ที่ 25 บาท และเรามั่นใจว่าราคาหุ้นจะต้องตกลงมาอย่างแน่นอน และเราอยากทำกำไรในหุ้นขาลง แต่เราไม่มีหุ้นเราจึงต้องไปขอยืมบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์ที่เราใช้บริการอยู่ หากโบรกเกอร์ที่เราใช้บริการอยู่มีหุ้น SINGER ให้ยืม เราก็จะขอยืมได้เลย สมมุติว่าเรายืมมา 10,000 หุ้น แล้วเราก็ขายหุ้นเลยทันทีในขณะนั้น เราก็จะได้เงินมา 25 x 10,000 = 250,000 บาท ต่อมาราคาหุ้นปรับตัวลดลงเหลือ 20 บาท เราก็ต้องนำเงินจำนวนนี้ ไปซื้อหุ้นเพื่อคืนโบรกเกอร์ของเราด้วย เราจะต้องคืน 10,000 หุ้น เช่นกัน คิดเป็นเงิน 200,000 บาท ดังนั้นเรามีกำไรจากการ Short sell นี้ 250,000-200,000=50,000 บาท ในทางกลับกัน หากเราประเมินผิดหุ้นราคาเพิ่มขึ้นจาก 25 บาท เป็น 30 บาท … Read more

Margin of safety คืออะไร สำคัญอย่างไรในการลงทุน

margin of safety คืออะไร พร้อมสูตรคำนวณ และตัวอย่างการคำนวณ

Margin Of Safety (MOS) คือ ส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัย หรือหลักการในการลงทุนที่นักลงทุนใช้เพื่อลดความเสี่ยง โดยเฉพาะการลงทุนในหุ้น นักลงทุนจะคำนวณมูลค่าหุ้นที่แท้จริง (Intrinsic Value) ของหุ้นนั้น แล้วพยายามซื้อในราคาที่ตำ่กว่าที่คำนวณได้ ยิ่งซื้อหุ้นได้ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริงที่คำนวณได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งถือว่ามี Margin of safety เยอะขึ้นเท่านั้น ส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัยนี้มีขึ้นเพื่อลดโอกาสที่จะขาดทุนจากการลงทุน หากเราเข้าซื้อหุ้นที่มี Margin of safety เยอะเท่าไหร่ โอกาสที่จะขาดทุนก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า โดยทั่วไปแล้วในระยะยาวราคาหุ้นจะสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของบริษัทเสมอ บริษัทที่ดีต่อให้มีเหตุการณ์ชั่วคราวที่ทำให้บริษัทกำไรลดหรือขาดทุน ในที่สุดแล้วราคาหุ้นก็จะวิ่งเข้าสู่มูลค่าที่แท้จริงหากบริษัทยังดีอยู่ การที่นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นในจังหวะที่ราคาหุ้นตกจากเหตุการณ์ชั่วคราว จะทำให้นักลงทุนได้เปรียบในแง่ของต้นทุน และมีโอกาสขาดทุนต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการซื้อหุ้นที่ราคาแพง สูตรคำนวณ Margin Of Safety (MOS) สูตรคำนวณ Margin of safety คือ Margin of Safety= ( Intrinsic Value − Market Price )​ / Intrinsic Value … Read more

Financial Projection คือ อะไร พร้อมตัวอย่าง

financial projection คืออะไร พร้อมตัวอย่าง

Financial Projection คือ การประมาณการรายได้และกำไรของกิจการที่คาดว่าจะได้รับในอนาคต ด้วยการกำหนดสมมุติฐานต่างๆ อย่างเหมาะสม จุดประสงค์ของการทำประมาณการรายได้ (Financial Projection) นี้ก็คือการพยายามหากำไรต่อหุ้น (EPS) ในอนาคตว่าจะเป็นเท่าไหร่ แล้วจึงทำการหาราคาหุ้นต่อไป การทำประมาณการงบการเงินนั้น ยิ่งเรามีข้อมูลย้อนหลังหลายปียิ่งดี เพราะจะทำให้เราเห็นแนวโน้มทั้งในแง่ของรายได้ และต้นทุนของบริษัทชัดเจนขึ้น ทำให้สามารถทำการประมาณได้แม่นยำขึ้น หากหุ้นที่นักลงทุนสนใจ เป็นหุ้น Commodity หรือ สินค้าโภคภัณฑ์ นักลงทุนอาจจะไม่สามารถประมาณการแนวโน้มได้ง่ายนักเนื่องจากราคาต้นทุนมีความผันผวนสูง นักลงทุนจะต้องติดตามราคาต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างใกล้ชิด ว่าอยู่ในช่วงราคาแพงหรือราคาถูก เพราะมีผลกระทบกับผลการดำเนินงานมาก เมื่อเราทราบถึงรายได้ ต้นทุน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ครบแล้ว เราก็จะสามารถนำตัวเลขในงบการเงินเหล่านี้ มาหากำไรของบริษัทที่เราสนใจได้และประมาณการงบการเงินได้แม่นยำมากขึ้น วิธี การทำ Financial Projection ก่อนที่เราจะทำ Financial Projection ได้ อย่างแรกที่เราต้องเข้าใจคือเรื่องแหล่งที่มาของรายได้หลัก และต้นทุนหลักของกิจการก่อน เราจะได้ทราบว่า อะไรที่มีผลกระทบเยอะกับผลประกอบการของกิจการ ความเสี่ยงที่สำคัญของกิจการมีอะไรบ้าง และเมื่อประมาณการรายได้และกำไรออกมาแล้ว เราจึงจะหาราคาหุ้นเป้าหมายได้ โดยสรุปเป็นข้อๆ ได้ดังนี้ อะไรคือรายได้หลักของกิจการ ต้นทุนหลักของกิจการคืออะไร รายได้ในอนาคตประมาณเท่าไหร่ กำไรสุทธิในอนาคตจะเป็นเท่าไหร่ EPS … Read more

ตลาดกระทิง (Bullish) และตลาดหมี (Bearish) คืออะไร

ตลาดกระทิง ตลาดหมี คืออะไร สัญญาณ ตลาดกระทิง ทำไมเรียกตลาดหมี

ตลาดกระทิง คืออะไร ตลาดกระทิง คือภาวะที่ตลาดหุ้นอยู่ในช่วงขาขึ้น ราคาหุ้นโดยรวมขึ้นสูง มีปริมาณการซื้อขายต่อวันมาก ภาวะตลาดหุ้นร้อนแรง มีข่าวดีมากมายที่จะส่งเสริมให้นักลงทุนเอาเงินเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่ม พฤติกรรมของตลาดนี้บ่งบอกถึงสภาวะที่นักลงทุนมีความมั่นใจในเศรษฐกิจ และมีความคาดหวังว่าราคาสินทรัพย์จะเพิ่มขึ้นในอนาคต เมื่อตลาดมีแนวโน้มขาขึ้น อารมณ์ของนักลงทุนก็มักจะเป็นแบบนั้นเช่นกัน ทำให้บรรยากาศของตลาดคึกคักและมีการซื้อขายสินทรัพย์กันอย่างหนาแน่น ภาวะตลาดกระทิงไม่ได้แปลว่าหุ้นจะไม่ลงเลย ตลาดหุ้นจะมีช่วงย่อตัวเล็กน้อยเช่นกัน แต่ในภาพใหญ่จะมีแนวโน้มขาขึ้นชัดเจน ตลาดหมี คืออะไร ตลาดหมี คือภาวะที่ตลาดหุ้นอยู่ในช่วงขาลง ราคาหุ้นโดยรวมลดลง มีปริมาณการซื้อขายลดลงมาก ภาวะตลาดหุ้นซบเซา ตลาดหุ้นเต็มไปด้วยข่าวร้าย ไม่ค่อยมีนักลงทุนซื้อขายหุ้น โดยทั่วไปแล้วจะถือว่าตลาดหุ้นเข้าสู่ภาวะตลาดหมี เมื่อดัชนีหุ้นลดลงต่ำกว่า 20% จากจุดสูงสุดเป็นต้นไป ภาวะตลาดนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกตลาดที่มีการซื้อขายสินทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น, ตลาดพันธบัตร, หรือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล และมักจะเกิดขึ้นเมื่อมีความไม่มั่นใจในเศรษฐกิจ หรือมีปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบต่อการลงทุน สัญญาณ ตลาดกระทิงดูยังไง โดยทั่วไปแล้วเวลาดูสัญญาณว่าตลาดเป็นตลาดกระทิงรึยัง ก็ใช้หลักการดูว่านับจากจุดต่ำสุดแล้ว หุ้นขึ้นมาถึง 20% หรือยัง หากยังขึ้นต่อเนื่อง ก็เรียกได้ว่าเป็นภาวะตลาดกระทิงแล้ว ทั้งตลาดกระทิงและตลาดหมีสามารถกินระยะเวลายาวนานได้นับทศวรรษ เช่น ตลาดหุ้นของสหัรฐอเมริกานับตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2008 จนกระทั่งปี 2019 ก็เป็นขาขึ้นเรื่อยมา ทำไม ถึง เรียก ตลาดหมี … Read more

Passive Income คือ อะไร มีอะไรบ้าง สร้างยังไง

passive income คือ สร้างรายได้อย่างไร

Passive Income คือ รายได้ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้เราจะหยุดทำงานไปแล้ว หรือต้องออกแรงทำงานต่อน้อยมาก เช่น ขายคอร์สเรียนออนไลน์, เขียน Ebook ขาย, ให้เช่าที่ เป็นต้น Passive Income กับ Active Income นั้นแตกต่างกันตรงที่สำหรับ Active Income ถ้าเราหยุดออกแรงทำงานเมื่อไหร่ รายได้ส่วนนั้นก็จะหายไปทันที เช่นทำงานประจำ ขายของ เป็นต้น การจะมี Passive Income ได้นั้นส่วนมากแล้วตอนแรกจะต้องลงแรงเยอะหน่อย ไม่ว่าจะเป็นการทำคอร์สมาขาย หรือการเขียน ebook ก็ตาม แต่เมื่อทำเสร็จแล้วนำไปขาย เราแทบไม่ต้องทำอะไรกับมันอีกเลย ยกเว้นการปรับปรุงเนื้อหานิดหน่อยเมื่อจำเป็นเท่านั้น Passive Income ไม่ได้แปลว่าคุณจะไม่ต้องทำงานอีกเลยตลอดชีวิต เพราะจริงๆ แล้วการแข่งขันมีอยู่ในทุกที่ หากคุณไม่ทำอะไรเลยอยู่เฉยๆ คู่แข่งของคุณจะนำหน้าคุณ และรายได้จาก Passive Income ของคุณจะลดลงเรื่อยๆ Passive Income มีอะไรบ้าง เหมือนที่วอร์เรน บัฟเฟตต์กล่าวไว้ว่า หากคุณไม่พบวิธีที่สามารถทำเงินได้ในระหว่างที่คุณหลับ คุณจะต้องทำงานไปจนกระทั่งวันที่คุณตาย … Read more