Short Sell คืออะไร? ทำกำไรในช่วงหุ้นตก

Short sell คือการทำกำไรในช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวลดลง มีวิธีการทำคือ เราจะทำการยืมหุ้นจากบริษัทหลักทรัพย์เพื่อนำมาขายก่อน แล้วจึงซื้อไปคืนบริษัทหลักทรัพย์ทีหลังในราคาที่ต่ำกว่าตอนที่ยืมมาขาย

ยกตัวอย่างเช่น หุ้น SINGER มีราคาอยู่ที่ 25 บาท และเรามั่นใจว่าราคาหุ้นจะต้องตกลงมาอย่างแน่นอน และเราอยากทำกำไรในหุ้นขาลง แต่เราไม่มีหุ้นเราจึงต้องไปขอยืมบริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์ที่เราใช้บริการอยู่

หากโบรกเกอร์ที่เราใช้บริการอยู่มีหุ้น SINGER ให้ยืม เราก็จะขอยืมได้เลย สมมุติว่าเรายืมมา 10,000 หุ้น แล้วเราก็ขายหุ้นเลยทันทีในขณะนั้น เราก็จะได้เงินมา 25 x 10,000 = 250,000 บาท

ต่อมาราคาหุ้นปรับตัวลดลงเหลือ 20 บาท เราก็ต้องนำเงินจำนวนนี้ ไปซื้อหุ้นเพื่อคืนโบรกเกอร์ของเราด้วย เราจะต้องคืน 10,000 หุ้น เช่นกัน คิดเป็นเงิน 200,000 บาท

ดังนั้นเรามีกำไรจากการ Short sell นี้ 250,000-200,000=50,000 บาท

ในทางกลับกัน หากเราประเมินผิดหุ้นราคาเพิ่มขึ้นจาก 25 บาท เป็น 30 บาท เราก็จำเป็นต้องซื้อหุ้นนั้นคืนเช่นกันซึ่งจะทำให้เราขาดทุนเพราะต้องซื้อหุ้นกลับในราคาที่สูงกว่า

เรา Short Sell ไปเพื่ออะไร

สาเหตุหลักๆ ที่เรา Short sell นั้นมี 2 เหตุผลด้วยกันคือ

1. ทำกำไรในตลาดขาลง

เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกว่าหุ้นขึ้นมามากจนเกินไป หรืออนาคตข้างหน้าสำหรับหุ้นบางตัวดูไม่สดใส สวนทางกับราคาที่ขึ้นมามากๆ หรือเวลาที่ตลาดหุ้นโดยรวมพบกับวิกฤติเศรษฐกิจบางอย่าง เราสามารถเลือกที่จะ Short Sell เพื่อทำกำไรแม้ตลาดอยู่ในขาลงได้ (Bear Market)

การทำกำไรแบบนี้จะง่ายก็ต่อเมื่อตลาดหุ้นเจอกับวิกฤติเศรษฐกิจจริงๆ หรือเราประเมินมูลค่าของกิจการแล้วพบว่าราคาหุ้นขึ้นมาสูงมากเกินไปแล้วและกำไรน่าจะตามไม่ทันราคาหุ้น

อย่างไรก็ตาม ต้องพึงระลึกไว้ว่าหากราคาหุ้นไม่ลงตามคาด โอกาสที่จะขาดทุนจะสูงมาก โดยเฉพาะหากหุ้นวิ่งขึ้นต่อไปเรื่อยๆ เช่น สมมุติเรา Short ไว้ตอนหุ้นราคา 10 บาท แต่หุ้นกลับวิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ 15, 20, 30, … บาท จะเห็นว่าถ้าเราไม่รีบซื้อหุ้นมาคืน เราจะขาดทุนไปเรื่อยๆ ยิ่งหุ้นขึ้นยิ่งขาดทุน ไม่มี limit แตกต่างกับตอนซื้อหุ้นแบบปกติ ที่ถ้าเราซื้อมา 10 บาท อย่างมากที่สุดคือราคาหุ้นเหลือ 0 บาท

ตัวอย่างเช่น ตอนซื้อหุ้นแบบปกติ เราซื้อหุ้นที่ราคา 10 บาท จำนวน 5,000 หุ้น รวมเป็นเงิน 50,000 บาท ถ้าบริษัทล้มละลาย เงินที่เราเสียทั้งหมดคือ 50,000 บาท

แต่หากเรา short หุ้นที่ราคา 10 บาท จำนวน 5,000 หุ้น แต่หุ้นขึ้นไป 25 บาท เมื่อเราต้องซื้อหุ้นมาคืน เราจะขาดทุน

(25-10) x 5,000 = 75,000 บาท ขาดทุนมากกว่าเงินต้นที่เรามี

2. เพื่อป้องกันความเสี่ยง

นอกเหนือจากการทำกำไรในตลาดขาลงแล้ว การ Short sell ยังสามารถนำมาเป็นเครื่องมือใช้ป้องกันความเสี่ยงได้อีกด้วย

เช่น เราคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะตกต่ำ บริษัทที่เราถือหุ้นอยู่น่าจะมีผลประกอบการณ์ไม่ดี ทำให้หุ้นน่าจะตก สมมุติเราถือหุ้นอยู่ 1 ล้านบาท

เราจึงไป Short Sell ตราสารหนี้มูลค่า 500,000 บาท (สมมุติว่าเรามีกระจายการลงทุนไปทั้งตราสารหนี้และหุ้น)

ต่อมาปรากฏว่าเศรษฐกิจไม่ดีจริงๆ มูลค่าหุ้นที่เราถืออยู่ลดลง 3 แสนบาท เหลือเป็น 7 แสนบาท

อย่างไรก็ตามเราได้กำไรจากการ Short sell ตราสารหนี้ 1 แสนบาท ทำให้โดยรวมแล้วพอร์ตการลงทุนของเราลดลงแค่ 2 แสนบาทเท่านั้น

แต่การทำแบบนี้ก็ต้องระวังว่ามีค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยงด้วย เช่น ค่าใช้จ่ายธรรมเนียมการยืม ภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงค่าเสียโอกาสเนื่องจากการจำกัด Upside ของพอร์ตการลงทุนหากตลาดยังคงปรับตัวสูงขึ้น

อยาก Short Sell ต้องทำอย่างไร

ให้เริ่มจากการสอบถามโบรกเกอร์ที่เราใช้บริการอยู่ว่ามีให้บริการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Borrowing and Lending – SBL) หรือไม่ รวมถึงต้องเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นแบบไหน เพราะแต่ละบริษัทมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน และจะต้องวางเงินหลักประกัน (Margin) สำหรับในกรณีที่เราไม่สามารถซื้อหุ้นคืนให้กับบริษัทได้ เช่นกรณีที่เราทำ Short sell แต่ราคาหุ้นกลับขึ้นไปสูงมาก แล้วเรามีเงินไม่พอซื้อ

นอกจากนั้นคือต้องวางแผนให้ดีว่าถ้าเกิดผิดคาดราคาหุ้นขึ้น เราจะยอมรับความเสียหายของพอร์ตการลงทุนได้มากขนาดไหน เพราะนอกจากส่วนต่างราคาหุ้นแล้ว ยังมีค่าธรรมเนียมการยืมหุ้น ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะต้องคิดรวมในผลตอบแทนด้วย

Short Sell เมื่อไหร่ดี

สถานการณ์ที่การ Short sell ทำกำไรได้ง่ายมีดังนี้

เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ

เมื่อเกิดวิกฤติทางการเงินหรือวิกฤติทางเศรษฐกิจ เช่น ช่วงต้มยำกุ้ง หรือ subprime หรือแม้แต่ช่วง covid เป็นช่วงที่สามารถทำกำไรจากการ short หุ้นได้ง่ายมาก เพราะสภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่นั้นชัดเจน และคาดการณ์ได้ง่ายว่าจะไม่จบโดยไวและผู้คนหวาดกลัวมาก ทำให้ราคาหุ้นตกไวมาก

บริษัทมีข่าวแง่ลบมากๆ

หากบริษัทมีข่าวอื้อฉาวหรือข่าวแง่ลบมากๆ ก็เป็นช่วงที่สามารถ short sell ได้ เช่น ข่าวว่าบริษัทมีการตบแต่งงบการเงิน หรือผู้สอบบัญชีไม่รับรองงบการเงิน (อย่างกรณีหุ้น GL เมื่อหลายปีก่อน)

เหตุการณ์เหล่านี้จะส่งผลลบต่อราคาหุ้น ทำให้เป็นอีกช่วงที่สามารถทำกำไรได้แม้ราคาหุ้นจะลง

ผลการดำเนินงานของบริษัทแย่

หากเรามีการประเมินรายได้และกำไรของบริษัทที่เราลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เราจะสามารถประมาณได้ว่าในไตรมาสไหนบริษัทจะมีกำไรดี/แย่ หากบริษัทน่าจะมีกำไรที่แย่และเรามั่นใจในการประมาณการงบการเงินของเรา เราสามารถ short หุ้นได้ก่อนที่งบการเงินจะออก

ข้อดีข้อเสียของการทำ Short Sell

ข้อดี

  • สามารถใช้ป้องกันความเสี่ยงได้
  • ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นน้อย
  • ทำกำไรได้ง่ายในตลาดขาลง

ข้อเสีย

  • มีโอกาสขาดทุนได้มากกว่ามูลค่าหุ้นที่ยืมมา
  • ต้องจ่ายดอกเบี้ยการยืม
  • ต้องมีบัญชีมาร์จิ้น
  • ไม่ได้ปันผลจากหุ้นนั้น เพราะถือว่าเราไม่ได้เป็นเจ้าของ เราเพียงยืมหุ้นคนอื่นมา

นักลงทุนสามารถดูข้อมูลการทำ Short Sell รายวันได้ที่ ข้อมูลหุ้นที่มีการขายชอร์ต (Short Sell)