ROI (Return On Investment) คือ ผลตอบแทนจากการลงทุน
เราใช้ ROI ในการพิจารณาและประเมินว่าการลงทุนของเราคุ้มค่าแค่ไหน โดยสามารถใช้ได้กับทุกการลงทุนที่มีการใช้เงินลงทุน และมีผลตอบแทนจากการลงทุน
ประเภทของการลงทุนที่มีการใช้เงินลงทุน และมีผลตอบแทนจากการลงทุน สามารถคิดค่า ROI ออกมาได้เสมอ เช่น การทำการตลาด การทำโฆษณา การยิงโฆษณาผ่าน social media ต่างๆ การออกบูธ เป็นต้น สิ่งต่างๆ เหล่านี้ เราควรคิดค่า ROI เสมอ เพื่อดูว่ากิจกรรมที่เราทำไปคุ้มค่าหรือไม่
ความสำคัญของ ROI
ROI นั้นมีความสำคัญกับทุกหน่วยงานของธุรกิจ ถ้าเป็นหน่วยงานย่อยๆ ภายในบริษัทเอง ก็อาจเป็น KPI ที่สำคัญสำหรับชี้วัดประสิทธิภาพของหน่วยงานนั้นได้
ถ้าสำหรับเชิงธุรกิจ ค่า ROI ก็ใช้สำหรับวัดความคุ้มค่าของการลงทุน ว่าโครงการต่างๆ เหมาะสมกับการลงทุนหรือไม่ โดยอาจประมาณการก่อนที่จะลงทุนจริง ว่าจะมีต้นทุนเท่าไหร่ รายรับเท่าไหร่ เมื่อหาค่า ROI ได้แล้ว จึงมาพิจารณาต่อว่า ค่าที่คำนวณได้ คุ้มค่าแก่การลงทุนหรือไม่ เพราะหลายครั้งค่า ROI อาจต่ำเกินไป ไม่คุ้มที่จะลงทุนก็ได้
การหาค่า ROI หลังจากที่ได้ลงทุนไปแล้วก็จะเป็นตัวเลขจริงที่เกิดขึ้น หากเราเปรียบเทียบกับค่า ROI ก่อนที่จะเริ่มทำโครงการจริง ก็จะทำให้เราทราบว่าเราประเมินได้ใกล้เคียงขนาดไหน
ค่า ROI ยิ่งสูงยิ่งดี
เพราะค่า ROI ที่สูง แปลว่าผลตอบแทนจากการลงทุนสูง เราจึงอยากให้ ROI มีค่าสูงไว้ก่อน
อย่างไรก็ตาม หากค่า ROI ของเราสูงเกินปกติเมื่อเทียบกับการลงทุนที่คล้ายๆ กันของคู่แข่ง หรือสูงกว่ากิจกรรมลงทุนที่บริษัทเคยทำมาก่อนมาก ให้ตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีอะไรผิดพลาดในการคำนวณ ทั้งในด้านจำนวนเงินที่ลง และผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ
นอกจากนั้นค่า ROI ที่เหมาะสมยังขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่เรารับได้ด้วย หากการลงทุนนั้นมีความเสี่ยงสูง เราย่อมต้องการค่า ROI ที่สูงขึ้น เพื่อให้ผลตอบแทนเยอะขึ้นให้คุ้มกับที่ต้องเสี่ยงมาก
สูตรคำนวณ ROI
สูตรคำนวณหา ROI คือ
ROI = (ผลตอบแทนจากการลงทุน – ต้นทุน) / ต้นทุน x 100%
ตัวอย่าง เช่น เราจัดทำโฆษณาเพื่อให้มีคนซื้อสินค้าของเรา โดยเราวางงบโฆษณาไว้ 25,000 บาท และคาดหวังว่าจะมีคนซื้อ 200 คน และสินค้าของเราราคา 150 บาท เราจะประเมิน ROI ได้เท่ากับ (200 x 150 – 25,000) / 25,000 x 100% = 20%
แต่ปรากฏว่าหลังจากลองขายจริง มีคนซื้อแค่ 180 คน ดังนั้น ROI จริงๆ ของเราจะได้เท่ากับ (180 x 150 – 25,000) / 25,000 x 100% = 8%
ข้อจำกัดของการใช้ ROI
แม้ว่า ROI จะเป็นอัตราส่วนที่คำนวณได้ง่ายและตีความหมายได้ง่าย ข้อจำกัดของ ROI คือ มันไม่ได้คิดถึงเรื่อง Time value of money หรือมูลค่าของเงินตามเวลาเลย
นอกจากนั้น ในกรณีที่เราต้องเลือกลงทุนจากตัวเลือกหลายๆ ทาง อาจเป็นเรื่องยากที่จะเปรียบเทียบ ROI ของแต่ละการลงทุนเนื่องจากการลงทุนบางอย่างจะใช้เวลาในการสร้างผลกำไรนานกว่าการลงทุนอื่นๆ ด้วยเหตุนี้จึงมีนักลงทุนหลายคนใช้ค่า NPV หรือ IRR แทน
