BOI (ย่อมาจาก Board of Investment) คือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการความช่วยเหลือและส่งเสริมการลงทุนให้กับกิจการที่อยู่ใน BOI เพื่อเพิ่มศักยภาพและการแข่งขันเชิงธุรกิจให้กับประเทศไทย
BOI นั้นก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2509 มีเป้าหมายที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศไทยให้เจริญก้าวหน้า และสร้างรากฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาธุรกิจในด้านต่างๆ โดยจะช่วยลดความเสี่ยงในด้านการลงทุน ลดภาระค่าใช้จ่ายตอนเริ่มต้นในการลงทุน เพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุน ช่วยให้คำปรึกษาและบริการในการลงทุน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน รวมถึงดึงดูดนักลงทุนต่างชาติให้มาลงทุนในประเทศเพิ่มขึ้นด้วย
ซึ่งบริษัทที่จะเข้าร่วมขอสิทธิ BOI ได้นั้น ต้องผ่านหลักเกณฑ์การอนุมัติของ BOI เท่านั้น
หลักเกณฑ์การอนุมัติโครงการ
- ต้องเป็นโครงการที่มีประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมอยู่ในขณะยื่นขอรับการส่งเสริม และต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในแต่ละประเภทกิจการ
- การให้การส่งเสริมจะพิจารณาเป็นรายโครงการ และต้องเป็นโครงการที่มีการลงทุนใหม่ในเครื่องจักรใหม่ทั้งสายการผลิต โดยโครงการที่ดำเนินการอยู่แล้วไม่สามารถยื่นขอรับการส่งเสริมได้
- ต้องใช้กรรมวิธีการผลิตที่ทันสมัย
- ต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำ (ไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน) ไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาท
- ต้องมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนจดทะเบียนไม่เกิน 3 ต่อ 1 สำหรับโครงการริเริ่ม ส่วนโครงการขยายจะพิจารณาความเหมาะสมเป็นรายกรณี
- ต้องมีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่า 20% ของรายได้ ยกเว้นกิจการเกษตรและผลิตผลจากการเกษตร กิจการอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน และกิจการตัดโลหะต้องมีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่า 10%
- ต้องมีแนวทางและมาตรการในการป้องกันและลดผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ที่เพียงพอและมีประสิทธิภาพ สำหรับโครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการจะพิจารณาเป็นพิเศษในเรื่องสถานที่ตั้งและวิธีจัดการมลพิษ
สิทธิประโยชน์จาก BOI มีอะไรบ้าง
สิทธิประโยชน์ที่กิจการจะได้รับจาก BOI สามารถแบ่งได้เป็น 2 ด้านหลักๆ คือ สิทธิประโยชน์ด้านเกี่ยวกับภาษี และสิทธิประโยชน์ด้านที่ไม่เกี่ยวกับภาษี
สิทธิประโยชน์ด้านภาษี
- ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 13 ปี (ขึ้นกับประเภทกิจการและเงื่อนไข)
- ลดหย่อนภาษีเงินได้ 50% อีก 5 ปี ในเขตส่งเสริมการลงทุน
- ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร
- ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบผลิตเพื่อการส่งออก
- ยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับของที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนา
สิทธิประโยชน์ที่ไม่เกี่ยวกับภาษี
- อนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นได้ 100% (ยกเว้นกิจการตามบัญชีหนึ่งท้ายพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือที่มีกฎหมายอื่นกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ)
- อนุญาตให้ถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดิน
- อนุญาตให้ช่างฝีมือ/ผู้ชำนาญการเข้ามาทำงาน
กิจการประเภทอะไรบ้างที่ขอ BOI ได้
ประเภทกิจการที่ให้การส่งเสริมการลงทุน จำแนกโดยกลุ่มอุตสาหกรรมและประเภทกิจการได้แก่
1. อุตสาหกรรม BCG (Bio-Circular-Green Economy, เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว )
2. อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง
3. อุตสาหกรรมพื้นฐาน และอุตสาหกรรมสนับสนุน
4. อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และบริการที่มีมูลค่าสูง
อุตสาหกรรม BCG
อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร
- กิจการเกษตรต้นน้ำ เช่น การปลูกไม้เศรษฐกิจและพืชพลังงาน การขยายพันธุ์สัตว์ ประมงน้ำลึก
- กิจการเกษตรแปรรูป เช่น แป้ง น้ำมันหรือไขมันจากพืชหรือสัตว์ ฟอกหนัง สิ่งปรุงแต่งอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- กิจการเกษตรสมัยใหม่ เช่น การปรับปรุงพันธุ์พืชหรือสัตว์ โรงงานผลิตพืช เป็นต้น
- กิจการสนับสนุนอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร เช่น ผลิตปุ๋ย อบพืช การคัดคุณภาพและเก็บรักษาผลิตผลทางการเกษตร ห้องเย็น เป็นต้น
อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพ
- กิจการผลิตผลิตภัณฑ์จากเทคโนโลยีชีวภาพเช่น พลาสติกชีวภาพ เคมีชีวภาพ
- กิจการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ
อุตสาหกรรมการแพทย์
- กิจการผลิตผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ เช่น Non woven fabric หรือผลิตภัณฑ์สุขอนามัย เครื่องมือแพทย์ ยา เป็นต้น
- กิจการบริการทางการแพทย์และบริการทางสาธารณสุข เช่น สถานพยาบาล การบริการสาธารณสุข กิจการวิจัยทางคลีนิก เป็นต้น
อุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง
อุตสาหกรรมเครื่องจักรและระบบอัตโนมัติ
- กิจการผลิตเครื่องจักร อุปกรณ์และชิ้นส่วน และการซ่อมแซมเครื่องจักรหรืออุปกรณ์
- กิจการผลิตเครื่องมือวิทยาศาสตร์
- กิจการผลิตเลนส์ที่ไม่เข้าข่ายเครื่องมือแพทย์
อุตสาหกรรมยานยนต์
- กิจการผลิตเครื่องยนต์ อุปกรณ์หรือชิ้นส่วน
- กิจการผลิตชิ้นส่วนยานพาหนะ
- กิจการผลิตยานยนต์ทั่วไป
- กิจการผลิตรถจักรยานยนต์(ยกเว้นที่มีความจุกระบอกสูบต่ำกว่า 248 ซีซี)
- กิจการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า Battery Electric Vehicle (BEV), Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV), Hybrid Electric Vehicle (HEV) และแพลตฟอร์มสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV Platform)
- กิจการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่
- กิจการผลิตรถสามล้อไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ และแพลตฟอร์มสำหรับรถสามล้อไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่
- กิจการผลิตรถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ และแพลตฟอร์มสำหรับ รถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่
- กิจการผลิตรถจักรยานไฟฟ้า
- กิจการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าพลังงานเซลล์เชื้อเพลิง และอุปกรณ์สำหรับระบบเซลล์เชื้อเพลิง
- กิจการผลิตเซลล์เชื้อเพลิงและชิ้นส่วน
- กิจการต่อเรือหรือซ่อมเรือ
- กิจการผลิตและ/หรือซ่อมรถไฟ ชิ้นส่วนหรือ อุปกรณ์สำหรับระบบราง
- กิจการสถานีบริการอัดประจุไฟฟ้า และสถานีบริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับยานพาหนะไฟฟ้า
อุตสาหกรรมอากาศยานและอวกาศ
- กิจการด้านอากาศยานและอวกาศ
อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
- กิจการผลิตยานพาหนะและระบบอาวุธเพื่อการป้องกันประเทศ และชิ้นส่วน และ/หรือซ่อม
- กิจการผลิตยานไร้คนขับเพื่อการป้องกันประเทศ และชิ้นส่วน และ/หรือการซ่อม
- กิจการผลิตและ/หรือซ่อมอาวุธ และเครื่องช่วยฝึกเพื่อการป้องกันประเทศ และชิ้นส่วน
- กิจการผลิตและ/หรือซ่อมอุปกรณ์ช่วยรบ
อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์
- กิจการออกแบบทางอิเล็กทรอนิกส์
- กิจการผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ และชิ้นส่วน
- กิจการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์และชิ้นส่วน
อุตสาหกรรมพื้นฐาน และอุตสาหกรรมสนับสนุน
อุตสาหกรรมแร่
- กิจการสำรวจแร่ทำเหมืองแร่ แต่งแร่ ถลุงแร่ ประกอบโลหกรรม แร่ศักยภาพเป้าหมาย
อุตสาหกรรมวัสดุ
- กิจการผลิตวัสดุ เช่น Advanced หรือ Nano Materials แก้ว เซรามิกส์ วัสดุทนไฟ หรือ ฉนวนกันความร้อน ยิปซัม ปูนซีเมนต์เป็นต้น
กิจการพัฒนาเทคโนโลยีเป้าหมาย ในอุตสาหกรรมวัสดุ
- กิจการพัฒนาเทคโนโลยีเป้าหมายในอุตสาหกรรมวัสดุ
อุตสาหกรรมเหล็กและโลหะ
- กิจการผลิตเหล็กและโลหะ
อุตสาหกรรมเคมี ปิโตรเคมี และ พลาสติก
- กิจการผลิตเคมีภัณฑ์
- กิจการผลิตผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการอุตสาหกรรม
- กิจการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
- กิจการผลิตภัณฑ์พลาสติก
- กิจการผลิตเยื่อกระดาษ และกระดาษ
- กิจการผลิตผลิตภัณฑ์จากเยื่อหรือกระดาษ
สาธารณูปโภค
- กิจการสาธารณูปโภคและบริการพื้นฐาน
การพัฒนาพื้นที่สำหรับกิจการอุตสาหกรรม
- กิจการพัฒนาพื้นที่สำหรับกิจการอุตสาหกรรม
อุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และบริการที่มีมูลค่าสูง
อุตสาหกรรมดิจิทัล
- กิจการพัฒนาซอฟต์แวร์แพลตฟอร์มเพื่อให้บริการดิจิทัล หรือดิจิทัลคอนเทนต์
- กิจการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล
- กิจการสนับสนุนระบบนิเวศด้านดิจิทัล
การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ
- กิจการเมืองอัจฉริยะ
อุตสาหกรรมเบา
- กิจการบริการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์
- กิจการผลิตเส้นใยที่มีคุณสมบัติพิเศษ
- กิจการผลิตด้ายหรือผ้าที่มีคุณสมบัติพิเศษ
- กิจการผลิตเส้นใยรีไซเคิล
- กิจการผลิตเส้นใยอื่นๆ หรือด้าย หรือผ้าอื่นๆ
- กิจการฟอกย้อมและแต่งสำเร็จ หรือพิมพ์และแต่งสำเร็จหรือพิมพ์
- กิจการผลิตเครื่องนุ่งห่มและเคหะสิ่งทอ
- กิจการผลิตกระเป๋า หรือรองเท้า หรือผลิตภัณฑ์จากหนังสัตว์ หรือหนังเทียม
- กิจการผลิตอัญมณีและเครื่องประดับ หรือชิ้นส่วนรวมถึงวัตถุดิบและต้นแบบ
- กิจการผลิตเครื่องกีฬาหรือชิ้นส่วน
- กิจการผลิตเครื่องดนตรี
- กิจการผลิตเฟอร์นิเจอร์หรือชิ้นส่วน
- กิจการผลิตของเล่น
- กิจการผลิตสิ่งพิมพ์
อุตสาหกรรมภาพยนตร์
- กิจการสร้างภาพยนตร์ไทย
- กิจการบริการแก่ธุรกิจสร้างภาพยนตร์
- เขตอุตสาหกรรมภาพยนตร์กิจการบริการเฉพาะทาง
กิจการบริการเฉพาะทาง
- กิจการวิจัยและพัฒนา
- กิจการบริการออกแบบทางวิศวกรรม
- กิจการบริการทดสอบทางวิทยาศาสตร์
- กิจการบริการสอบเทียบมาตรฐาน
- กิจการบริการฆชื้อแก่ผลิตภัณฑ์
- กิจการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
กิจการด้านท่องเที่ยว
- กิจการเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว
- กิจการเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว
กิจการโลจิสติกส์
- กิจการขนส่งมวลชนและสินค้าขนาดใหญ่และการขนถ่ายสินค้า
- กิจการศูนย์บริการโลจิสติกส์
ที่มา https://www.boi.go.th/un/eligible_activities
การยื่นขอ BOI
หากนักลงทุนสนใจที่จะยื่นขอ BOI สามารถทำได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
1. นักลงทุนที่สนใจขอรับการส่งเสริมจาก BOI สามารถขอรับแบบคำขอได้ 2 ช่องทางคือ
- BOI ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หรือสำนักงานต่างประเทศ
- www.boi.go.th
2. ผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุนยื่นคำขอ Online เท่านั้น ผ่านระบบ e-Investment Promotion ทาง www.boi.go.th
ยกเว้น
- การขอรับส่งเสริมเพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต
- การขอรับส่งเสริมเพื่อรับโอนกิจการ
- การขอรับส่งเสริมการลงทุนมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม
3. นัดหมายเจ้าหน้าที่ BOI เพื่อชี้แจงรายละเอียดโครงการภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันยื่นคำขอ
4. เจ้าหน้าที่ BOI ดำเนินการพิจารณาตามขนาดการลงทุน (นับตั้งแต่วันที่เอกสารครบถ้วน)
- ลงทุนไม่เกิน 200 ล้านบาท พิจารณาภายใน 40 วันทำการ
- ลงทุนนไม่เกิน 2000 ล้านบาท พิจารณาภายใน 60 วันทำการ
- ลงทุนมากกว่า 2000 ล้านบาท พิจารณาภายใน 90 วันทำการ
5. BOI ดำเนินการแจ้งผลการพิจารณาใน 7 วันทำการนับตั้งแต่วันที่รับรองรายงานการประชุม
6. ผู้ขอรับ BOI ตอบรับการส่งเสริมภายใน 1 เดือนนับตั้งแต่วันได้รับหนังสือแจ้งมติ ผ่าน 2 ช่องทาง
- กรอกแบบฟอร์มผ่าน Promotion Certificate System ทาง www.boi.go.th
- ยื่นแบบตอบรับมติการส่งเสริมการลงทุน ผ่านแบบฟอร์ม F GA CT 07
7. ผู้ได้รับการส่งเสริมการลงทุนยื่นขอรับบัตรส่งเสริม พร้อมหลักฐานประกอบการพิจารณาภายใน 6 เดือน ได้ 2 ช่องทาง
- กรอกแบบฟอร์มผ่าน Promotion Certificate System ทาง www.boi.go.th
- ยื่นแบบตอบรับมติการส่งเสริมการลงทุน ผ่านแบบฟอร์ม F GA CT 07 พร้อมยื่นเอกสารหลักฐานประกอบการออกบัตร
8. BOI ดำเนินการออกบัตรส่งเสริมภายใน 10 วันทำการ นับจากวันได้รับเอกสารครบถ้วน
BOI มีสิทธิประโยชน์กี่ปี
สิทธิประโยชน์ของ BOI นั้นแตกต่างกันไปตามแต่ละประเภทว่าจะได้รับสิทธิประโยชน์กี่ปี ดังนี้
| ยกเว้นภาษีเงินได้ นิติบุคคล |
ยกเว้นอากร นำเข้าเครื่องจักร |
ยกเว้นอากรวัตถุดิบ เพื่อวิจัยพัฒนา |
ยกเว้นอากรวัตถุดิบ ผลิตเพื่อส่งออก |
สิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษี |
|
| A1 | 8 ปี ไม่จำกัดวงเงิน | ใช่ | เฉพาะประเภทกิจการ 7.11, 7.12.1 – 7.12.4 | ใช่ | ใช่ |
| A2 | 8 ปี | ใช่ | – | ใช่ | ใช่ |
| A3 | 5 ปี | ใช่ | – | ใช่ | ใช่ |
| A4 | 3 ปี | ใช่ | – | ใช่ | ใช่ |
| B1 | – | ใช่ | – | ใช่ | ใช่ |
| B2 | – | – | – | ใช่ | ใช่ |
หมายเหตุ ตารางด้านบนนี้เป็นเพียงสิทธิประโยชน์พื้นฐานเท่านั้น ยังมีสิทธิอื่นๆ อีกมากมาย สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ https://www.boi.go.th/upload/menu/incentive_th_5a1e82aa8928f.pdf
โดย
A1 คือ อุตสาหกรรมฐานความรู้ เน้นการออกแบบ ทำ R&D เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
A2 คือ กิจการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนาประเทศ และกิจการที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม แต่มีการลงทุนในประเทศน้อยหรือยังไม่มีการลงทุน
A3 คือ กิจการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยมีฐานการผลิตอยู่บ้างเล็กน้อย
A4 คือ กิจการที่มีระดับเทคโนโลยีไม่เท่ากลุ่ม A1-A3 แต่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มแก่วัตถุดิบในประเทศ และเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ห่วงโซ่อุปทาน
B1, B2 คือ อุตสาหกรรมสนับสนุนที่ใช้เทคโนโลยีไม่สูงแต่ยังสำคัญต่อห่วงโซ่มูลค่า
