EPS คืออะไร บอกอะไรกับนักลงทุน

EPS (Earning Per Share) คือ อัตราส่วนทางการเงิน (Financial Ratio) ที่สำคัญตัวหนึ่งหาได้จากในงบกำไรขาดทุน (Income Statement) โดยกำไรสุทธิต่อหุ้นเป็นการเปรียบเทียบกำไรสุทธิ (Net profit) ที่บริษัททำได้เทียบกับจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว (Outstanding shares) ของบริษัท

สูตรคำนวน EPS คือ

EPS = กำไรสุทธิ / จำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว

สูตรคำนวณ eps

โดย

กำไรสุทธิ (Net Profit) คือ กำไรของบริษัทหลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมถึงดอกเบี้ยและภาษีแล้ว

จำนวนหุ้นของบริษัทที่ชำระแล้ว (Outstanding Shares) คือ จำนวนหุ้นที่บริษัทออกจำหน่ายในตลาดทุนและอยู่ในมือผู้ถือหุ้นแล้ว

อนึ่ง หากบริษัททำการเพิ่มทุนจะทำให้จำนวนหุ้นของบริษัทที่ชำระแล้วเพิ่มมากขึ้น ทำให้ EPS ลดลงตามสูตรด้านบน

ตัวอย่างการหา EPS จากสถานการณ์จริง

บริษัท A มีกำไรสุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายทุกอย่างแล้ว 1,000,000 บาทสำหรับปี 2564 แล้วมีจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว 500,000 หุ้น

ดังนั้นปี 2564 บริษัท A มี EPS เท่ากับ 1,000,000/500,000 = 2 บาทต่อหุ้น

ต่อมาบริษัท A มีกำไรสุทธิ 1,200,000 บาท สำหรับปี 2565 และยังคงมีจำนวนหุ้นที่ชำระแล้ว 500,000 หุ้นเท่าเดิม

ดังนั้นปี 2565 บริษัท A มี EPS เท่ากับ 1,200,000/500,000 = 2.4 บาทต่อหุ้น

EPS Growth rate

EPS Growth rate คืออัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นของบริษัท

ถ้าบริษัทมีการเติบต่อของกำไรต่อหุ้นเป็นบวก แปลว่าอัตราผลตอบแทนของนักลงทุนจากการถือหุ้น 1 หุ้นมีค่ามากขึ้น

ถ้าอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นของบริษัทติดลบ แปลว่ากำไรต่อหุ้นของบริษัทลดลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

จากตัวอย่างด้านบน เมื่อเทียบปี 2564 และ 2565 จะพบว่า

บริษัท A มี EPS Growth rate = (2.4-2)/2 * 100% = 20%

อย่างไรก็ตามหากมีบริษัท A ที่ทำกำไรต่อหุ้นหรือ EPS ได้ 2.4 บาทต่อหุ้น และมีบริษัท B ที่ทำกำไรต่อหุ้นได้ 3 บาทต่อหุ้น

นี่ไม่ได้สามารถสรุปได้ว่าบริษัท B น่าลงทุนกว่าบริษัท A สาเหตุเพราะว่าจำนวนหุ้นของบริษัท B อาจจะน้อยกว่าบริษัท A ก็ได้ และราคาหุ้นของบริษัท B อาจจะสูงมากๆ ก็ได้

จึงเป็นที่มาของอัตราส่วนอีกตัว ที่นักลงทุนมักใช้ ก็คือ P/E ratio ซึ่งเกิดจากการนำราคาหุ้น (Price) มาหารด้วย EPS ทำให้เห็นภาพราคาที่เราซื้อเทียบกับกำไรต่อหุ้นที่เราได้รับนั่นเอง