Operating Revenue หรือ Operating Income คือ รายได้จากการดำเนินงานหลักของกิจการ
เป็นรายได้ที่เกิดจากการดำเนินงานตามปกติของบริษัท เช่น กิจการทำธุรกิจผลิตรองเท้าขาย รายได้จากการดำเนินงานหรือ Operating Revenue ก็คือรายได้จากการขายรองเท้า
หากกิจการเดียวกันนี้มีเงินเหลือแล้วนำเงินไปฝากธนาคารและได้ดอกเบี้ย ดอกเบี้ยรับนี้ ไม่ถือเป็นรายได้จากการดำเนินงานจะเรียกว่าเป็นรายได้อื่นหรือ Non Operating Revenue
สูตรคำนวณ Operating Revenue
Operating Revenue หรือรายได้จากการดำเนินงานนั้น หลักๆ ก็คือรายได้ลบด้วยต้นทุนทางตรงและต้นทุนทางอ้อมทั้งหมด แต่จะยังไม่หักต้นทุนทางการเงินและภาษี
Operating Revenue = รายได้ – ต้นทุนขาย – ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
อย่างไรก็ตามเราที่เป็นนักลงทุนหลายๆ ครั้งจะเจองบการเงินที่เป็นดังนี้

จะเห็นว่าบริษัทแยกส่วน กำไรจากกิจกรรมดำเนินงานมาให้เลย และเมื่อคำนวณดูจะพบว่าตัวเลขกำไรจากกิจกรรมดำเนินงานนี้มาจาก ตัวเลขรายได้รวม 234,423 ลบด้วยรายจ่ายรวม 228,764 เท่ากับ 5,659 (หน่วย พันบาท)
แต่การแยกให้ออกระหว่างรายได้จากกิจกรรมดำเนินงาน และรายได้รวมของบริษัทนั้นสำคัญมาก
เพราะรายได้จากกิจกรรมดำเนินงานคือรายได้หลักที่บริษัทควรจะทำได้ดี หากรายได้ในส่วนนี้มีแนวโน้มลดลง หรือรายได้ที่ไม่ใช่รายได้จากกิจกรรมดำเนินงานหลักเพิ่มขึ้น เราควรต้องตั้งข้อสังเกตให้ดีว่าบริษัทนั้นยังน่าลงทุนอยู่หรือไม่
จากตัวอย่างด้านบน เราสามารถตัดส่วนที่ไม่ใช่รายได้หลักออก เพื่อคำนวณของเราเองได้ เช่น เอากำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน ออก เอารายได้อื่นออก เพราะไม่ใช่รายได้หลัก
รายได้จากการขาย = 232,457 พันบาท
ค่าใช้จ่าย = 228,764 พันบาท (ไม่ต้องหักอะไรออก เพราะต้นทุนขาย ต้นทุนในการจัดจำหน่าย ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ล้วนแล้วแต่เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงเวลาบริษัทดำเนินธุรกิจ บริษัทมีอำนาจควบคุมได้จริง จะเก่งหรือไม่เก่งสามารถลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้จริง)
กำไรจากการดำเนินงานจริงๆ = 232,457 – 228,764 = 3,693 (หน่วย พันบาท) เท่านั้น
Operating Revenue บอกอะไรกับนักลงทุน
Operating revenue นั้นสำคัญเพราะสามารถบอกเราได้ว่ากิจการนั้น มีความสามารถขนาดไหนในการดำเนินธุรกิจที่ตัวเองถนัด หากกิจการทำธุรกิจผลิตสินค้าเพื่อขาย บริษัทต้องผลิตได้ดี ขายได้ดี
คำว่าผลิตได้ดี ขายได้ดี แปลว่า ต้องสามารถควบคุมต้นทุนการผลิต ควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายได้ดี หาช่องทางขายเพิ่มการขายได้มากขึ้น สามารถมีกำไรจากการดำเนินงานตามปกติได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่ไปเพิ่มรายได้จากการทำอย่างอื่น (หากจะคิดว่าจะไปทำอย่างอื่น เปลี่ยนแนวทางทำธุรกิจ ก็ต้องมีการแจ้งตลาดหลักทรัพย์ให้เป็นเรื่องเป็นราว)
บางบริษัทแม้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ แต่รายได้หลักแทบไม่ต่างจากรายได้รอง แถมยังมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง เราอย่าไปดูแต่บรรทัดรวมรายได้ หรือกำไรสุทธิที่บรรทัดสุดท้าย เพราะบริษัทแบบนี้เราไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง
เราลงทุนในธุรกิจ หากบริษัททำธุรกิจหลักได้ไม่ดี เราก็ไม่ควรไปลงทุนให้เสียเงินเปล่าๆ
