Return on Asset (ROA) คือ อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ โดยเป็นสัดส่วนระหว่าง กำไรสุทธิ (Net Profit) เทียบกับสินทรัพย์รวม (Total asset) บ่งบอกถึงความสามารถในการใช้สินทรัพย์ของบริษัทในการทำกำไร
สูตรคือ ROA = กำไรสุทธิ (Net profit) / สินทรัพย์รวม (Total asset) x 100%
ROA สูงหรือต่ำดี
ROA สูง คือ ดี เพราะยิ่ง ROA สูง ยิ่งบอกได้ว่าบริษัทสามารถใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อควรระวังในการใช้ ROA
คือควรใช้เปรียบเทียบบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันเท่านั้น เพราะแต่ละอุตสาหกรรมต้องการสินทรัพย์ในการดำเนินกิจการไม่เท่ากัน ยกตัวอย่างเช่น
บริษัทที่ทำโรงงานจะมีมูลค่าของสินทรัพย์รวมสูงมาก เพราะมีทั้งค่าโรงงานและเครื่องจักรหนัก
ในขณะที่บริษัทประกัน แทบไม่มีอะไรเลยนอกจากตัวอาคาร เอกสารต่างๆ ทำให้สินทรัพย์ของบริษัทประกันนั้นน้อยกว่าโรงงานมาก
เมื่อสินทรัพย์ของบริษัทที่เป็นโรงงานมีค่ามาก ย่อมจะทำให้ ROA ต่ำลงโดยอัตโนมัติ เพราะจากสูตรการหา ROA สินทรัพย์เป็นตัวหาร ยิ่งตัวหารมาก ROA ยิ่งมีค่าน้อยลง
ROA บอกอะไรบ้าง
- บอกความสามารถในการทำกำไรต่อสินทรัพย์ที่บริษัทมีอยู่
- ROA ยิ่งมากยิ่งดี
- ROA สูงแปลว่ามีความสามารถในการใช้สินทรัพย์ในการก่อให้เกิดกำไร
- ควรเทียบกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน
- บริษัทที่เราสนใจ ควรมีแนวโน้ม ROA สูงขึ้นในแต่ละปี เพราะบอกว่าบริษัทมีความสามารถในการสร้างกำไรจากสินทรัพย์ได้ดีขึ้นเรื่อยๆ
- ROA ของบริษัทที่ดีเยี่ยมมักมีค่าเกิน 20%
ตัวอย่างการหา ROA จากสถานการณ์จริง
สมมุติว่าเราอยากหา ROA ของบริษัท JMART เราก็ทำการ download งบการเงินมา แล้วเปิดไฟล์งบการเงินที่หน้างบกำไรขาดทุน และงบดุล
งบกำไรขาดทุนเป็นดังนี้

งบดุลเป็นดังนี้

ROA = กำไรสุทธิ/สินทรัพย์รวม x 100%
ROA = 1,794,961,092/28,170,223,205 = 6.37%
ในกรณีนี้ใช้งบการเงินเฉพาะกิจการในการคิด เพื่อดูเฉพาะส่วนที่เป็นของ JMART ล้วนๆ เท่านั้น
หากอยากจะคิด ROA ด้วยงบการเงินรวม ก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่เนื่องจาก JMART มีบริษัทลูกเยอะมาก ผู้เขียนจึงตัดบริษัทอื่นๆ ออกไปก่อน แล้วดูเฉพาะส่วนที่เป็นของ JMART
