งบการเงินรวม คือ งบการเงินที่จัดทำขึ้นโดยรวบรวมผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยในเครือทั้งหมด แล้วมาจัดทำเป็นงบกำไรขาดทุน งบดุล งบกระแสเงินสด ตามปกติ เปรียบเหมือนบริษัทๆ เดียว โดยตัดรายการระหว่างกันออก
รายการระหว่างกันนี้ เช่น บริษัท A และบริษัท B เป็นบริษัทในเครือเดียวกันและทำการซื้อของกัน เปรียบเหมือนย้ายเงินจากกระเป๋าซ้ายเข้ากระเป๋าขวา ซึ่งไม่ได้ทำให้ภาพรวมของบริษัทในเครือเปลี่ยนไป รายการเช่นนี้ในงบการเงินรวมจะไม่แสดงไว้ แต่จะแสดงหากเป็นงบของบริษัทย่อยเอง
เมื่อไหร่ถึงจะต้องทำงบการเงินรวม
เราจะต้องทำงบการเงินรวม เมื่อบริษัทเอาเงินไปลงทุนในกิจการอื่นเกิน 50% ของบริษัทนั้น เราสามารถแบ่งคำที่ใช้เรียกในงบการเงินได้ตามระดับการลงทุนในบริษัทอื่นๆ ออกเป็น 3 กรณี คือ
หากซื้อหุ้นมากกว่า 50% ขึ้นไป บริษัทที่ถูกซื้อจะกลายเป็นบริษัทย่อย และบริษัทที่เข้าไปซื้อจะเป็นบริษัทแม่
หากซื้อหุ้นตั้งแต่ 20% แต่ไม่เกิน 50% บริษัทที่ถูกซื้อจะกลายเป็นบริษัทร่วม
หากซื้อหุ้นน้อยกว่า 20% เงินที่นำไปซื้อนั้นเรียกว่าเงินลงทุน
| 0%-20% | 20%-50% | มากกว่า 50% | |
| อำนาจในการควบคุม | น้อยมาก | มีนัยยะสำคัญ | ควบคุมบริษัทได้ |
| บันทึกในงบการเงินว่า | เพื่อค้า, เผื่อขาย | เงินลงทุนในบริษัทร่วม | เงินลงทุนในบริษัทย่อย |
| วิธีการบันทึกลงในงบ | ราคาทุน | วิธีส่วนได้เสีย | งบการเงินรวม |
สาเหตุที่ต้องแยกแบบนี้ เพราะวิธีทำงบการเงินแตกต่างกัน และเวลาที่นักลงทุนอ่านงบการเงินก็ต้องดูให้ดีด้วยว่าทำไมบริษัทที่เราลงทุนถึงบันทึกงบแบบนี้ บริษัทที่ต้องทำงบการเงินรวมกันให้เป็นชิ้นเดียวกันคือบริษัทย่อยกับบริษัทแม่
ส่วนงบเฉพาะกิจการคืองบบริษัทแม่เท่านั้น และเนื่องจากตามกฏหมายคือเป็นคนละนิติบุคคลกัน หากบริษัทแม่บังคับให้บริษัทลูกซื้อของจากบริษัทแม่ก็ทำได้ เราจึงต้องทำงบการเงินรวมขึ้นมาเพื่อให้รู้ว่าจริงๆ แล้วตัวเลขทางการเงินของทั้งกลุ่มเป็นเท่าไหร่กันแน่
อนึ่ง หากบริษัทแม่ถือหุ้นไม่ถึง 50% ในบริษัทนึง แต่ถ้ามีอำนาจควบคุมบริษัทนั้น ก็ต้องจัดทำงบการเงินรวมกับบริษัทนั้นด้วย
เงินลงทุน
หากซื้อหุ้นของบริษัทอื่นไม่ถึง 20% จะเรียกเป็นเงินลงทุนเท่านั้น โดยแบ่งการลงบัญชีออกเป็น 2 อย่างคือ เงินลงทุนเพื่อค้า และ เงินลงทุนเผื่อขาย
เงินลงทุนเพื่อค้า จะมีความหมายว่าตั้งใจว่าเงินจำนวนที่ลงทุนไปนี้จะขายแน่ๆ ตั้งใจลงทุนเพื่อทำกำไรจากการลงเงินดังกล่าว เช่น เข้าซื้อหุ้นของบริษัทหนึ่งไม่ถึง 20% เพราะหวังว่าราคาหุ้นของบริษัทนั้นจะขึ้น
เมื่อหุ้นของบริษัทนั้นขึ้น ก็จะบันทึกลงงบกำไรขาดทุนเลย แม้จะยังไม่ได้ขายหุ้นตัวนั้นก็ตาม แต่จะใช้คำว่ากำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของเงินลงทุน และเมื่อบันทึกลงงบกำไรขาดทุน ตัวเลขเงินลงทุนนี้จึงมีผลกับ EPS ของบริษัทด้วย
เงินลงทุนเผื่อขาย มีความหมายว่าเงินที่ลงทุนไปหากมีโอกาสค่อยขาย ราคาหุ้นที่ขึ้นลงของบริษัทที่เราเข้าไปลงทุนไม่มีผลในงบกำไรขาดทุน แต่จะไปลงบัญชีในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จแทน
เวลาอ่านงบ อย่าลืมดูว่ากำไรที่เพิ่มนั้นมาจากเงินลงทุนในส่วนนี้ที่เป็นเรื่องชั่วคราวหรือไม่

บริษัทร่วม
หากบริษัทเข้าซื้อหุ้นของบริษัทอื่น ในช่วง 20%-50% ของบริษัทนั้น จะลงบัญชีด้วยวิธีส่วนได้เสีย (Equity method) ซึ่งมีหลักการคือ
หากบริษัทที่เข้าไปลงทุนมีการดำเนินงานแล้วได้กำไรหรือขาดทุนก็ตาม บริษัทที่เข้าไปซื้อจะต้องรับรู้กำไร/ขาดทุน ตามสัดส่วนที่เข้าไปลงทุน
เช่น
บริษัท A ออกเงินลงทุน 30 ล้านบาท เพื่อไปสร้างบริษัท B ซึ่งบริษัท B ก็มีคนอื่นๆ มาร่วมลงทุนด้วยเงินอีก 70 ล้านบาท รวมแล้วบริษัท B มีทุน 100 ล้านบาท
ดังนั้นส่วนที่เป็นของบริษัท A จริงๆ อยู่ที่ 30%
เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี บริษัท B ได้กำไรมา 10 ล้านบาท ทุนของบริษัท B ก็จะกลายเป็น 100+10 = 110 ล้านบาท
กำไรนี้ก็จะต้องแบ่งให้บริษัท A ตามสัดส่วน 30% หรือก็คือ 3 ล้านบาท

เวลาลงบัญชีในงบกำไรขาดทุน จะลงไว้ว่าส่วนแบ่งกำไร(ขาดทุน)จากเงินลงทุนในบริษัทร่วม
บันทึกลงในงบการเงินว่า เงินลงทุนในบริษัทร่วม
บริษัทย่อย
หากบริษัทเข้าลงทุนบริษัทอื่นมากกว่า 50% ของบริษัทนั้น บริษัทที่ถูกซื้อจะกลายเป็นบริษัทย่อย แบบนี้คือเราต้องทำงบการเงินรวม (Consolidation)
เช่น หากบริษัท A เข้าซื้อหุ้นบริษัท B เป็นจำนวน 90% ลักษณะเช่นนี้คือบริษัท A สามารถควบคุมบริษัท B ได้ จะสั่งให้ปันผลให้บริษัท A หรือจะสั่งให้ซื้อสินค้าของบริษัท A ก็ทำได้ เพราะถือว่าเป็นบริษัทลูกแล้ว ไม่ใช่แค่บริษัทร่วมที่ถือหุ้น 20%-50%
อีก 10% ที่เหลือนี้จะเรียกว่าส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (Non controlling interest)
หลักการในการทำงบการเงินรวมคือ เอารายได้ของบริษัทแม่และลูกมารวมกันโดยตัดรายการระหว่างกันออก
สินทรัพย์ และหนี้สิน ก็เอาของทั้งบริษัทแม่และลูกมารวมกัน
แต่ในส่วนของทุนจะเป็นส่วนของทุนจากบริษัท A และส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมของบริษัท B ด้วย
ข้อสำคัญอีกอย่างคือ เวลาอ่านงบการเงินรวมในส่วนงบกำไรขาดทุนให้ดูบรรทัดที่เขียนว่า ส่วนที่เป็นของผู้เป็นเจ้าของของบริษัทใหญ่

ซึ่งตรงนี้นี่เอง ใช้ในการคำนวณค่า P/E ratio, EPS ต่างๆ ในเวบของตลาดหลักทรัพย์
อนึ่ง เราจะเอาเฉพาะบริษัทที่เราถือหุ้นเกิน 50% ขึ้นไปมาทำงบการเงินรวมเท่านั้น หากบริษัทเข้าไปลงทุนซื้อหุ้นของหลายกิจการ ก็จะรวมเฉพาะกิจการที่เข้าไปถือหุ้นเกิน 50%
