Current Ratio คืออะไร บอกอะไรนักลงทุน?

Current Ratio หรืออัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน คืออัตราส่วนที่ใช้บอกว่าบริษัทมีความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นดีขนาดไหน โดยทั่วไปแล้วควรมีค่ามากกว่า 1

สูตร คือ

Current Ratio = สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets) / หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities)

มีหน่วยเป็นเท่า

จากสูตรเราจะเห็นได้ว่า หากบริษัทมีหนี้ระยะสั้นที่ถึงกำหนดชำระขึ้นมา บริษัทที่มี Current ratio มากกว่า 1 ก็สามารถที่จะนำสินทรัพย์หมุนเวียนที่มีอยู่ไปขายเพื่อนำเงินมาชำระหนี้ได้

หาก Current ratio ของบริษัทมีค่าน้อยกว่า 1 ก็แปลว่าบริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนน้อยกว่าหนี้สินหมุนเวียน หากถึงกำหนดครบชำระหนี้ บริษัทจะต้องหาเงินเพิ่มเพื่อไปชำระหนี้ส่วนที่ยังเกินมาอยู่ อาจเกิดการขาดสภาพคล่องได้

Current Ratio คิดยังไง

สูตรคำนวณ Current ratio

จากสูตรคำนวณด้านบนที่ Current Ratio = สินทรัพย์หมุนเวียน / หนี้สินหมุนเวียน

เราต้องไปดูจากงบการเงินในส่วนของงบดุลของบริษัทที่เราสนใจ ว่ามีสินทรัพย์หมุนเวียนและหนี้สินหมุนเวียนเท่าไหร่

โดย

Current Assets = สินทรัพย์หมุนเวียน สิ่งที่แปลงเป็นเงินสดได้ภายใน 12 เดือน

Current Liabilities = หนี้สินหมุนเวียน หนี้ที่ต้องชำระภายใน 12 เดือน

เมื่อได้ทั้งสองค่านี้แล้ว เราก็สามารถคำนวณหา Current Ratio ได้

ตัวอย่างการคำนวณ Current Ratio

จากงบดุลของบริษัท NER งบปี 2565

ในส่วนของสินทรัพย์หมุนเวียน

สินทรัพย์หมุนเวียนในงบดุลของ NER ปี 2565

รวมสินทรัพย์หมุนเวียนของบริษัท ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 14,232,306,185 บาท (สีเหลืองในภาพ)

ในส่วนของหนี้สินหมุนเวียน

หนี้สินหมุนเวียนในงบดุลของ NER ปี 2565

รวมหนี้สินหมุนเวียนของบริษัท ณ​ สิ้นปี 2565 มีมูลค่าอยู่ที่ 4,505,150,711 บาท (สีเหลืองในภาพ)

ดังนั้นเราจะหา Current Ratio ของบริษัท NER ณ ตอนสิ้นปี 2565 ได้เท่ากับ

Current Ratio = 14,232,306,185 / 4,505,150,711 = 3.159 เท่า

หากเราอยากทราบว่าบริษัทมี Current Ratio มากขึ้นหรือน้อยลง เราก็ทำปีก่อนหน้าเปรียบเทียบ (สีฟ้าในภาพ)

ซึ่งจะได้ว่า Current Ratio ของบริษัท ณ สิ้นปี 2564 = 12,416,213,219 / 5,153,616,305 = 2.409 เท่า

แสดงให้เห็นว่าบริษัทมีความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นสูงขึ้นมาก ทั้งนี้เพราะหลายส่วนด้วยกัน เช่น มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ นอกจากนั้นเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน รวมถึงเจ้าหนี้การค้า ก็ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญเช่นกัน

Current Ratio เยอะดีไหม

หาก Current Ratio มีค่าสูงมากเกินไป อาจตีความหมายได้ว่า บริษัทใช้ทรัพยากรได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ

เพราะส่วนประกอบของ Current ratio หากเราดูในตัวอย่างงบการเงินด้านบนแล้ว จะพบว่ารายการอย่างเช่น เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดนั้น หากมีมากเกินไปจะทำให้ Current ratio มีค่ามาก ซึ่งอาจแปลได้ว่าบริษัทไม่รู้จักเอาเงินสดไปลงทุนเพื่อหาเงินเพิ่มเติมก็ได้

นอกจากนั้นในส่วนของสินทรัพย์หมุนเวียนจะมีส่วนประกอบที่เป็นสินค้าคงเหลืออยู่ด้วย หากสินค้าคงเหลือมีมากเกินไป จะมีความเสี่ยงเรื่องสินค้าตกรุ่น การเสื่อมสภาพของสินค้าคงเหลือ และสินค้าคงเหลือเสียหายจากการจัดเก็บได้เช่นกัน

ในตัวอย่างด้านบนของบริษัท NER จะเห็นว่ามีสินค้าคงเหลือสูงถึง 1 หมื่นกว่าล้านบาท หากเราลงทุนในบริษัทดังกล่าวเราต้องระลึกไว้เสมอว่ามีความเสี่ยงด้านนี้ด้วย

Current Ratio ที่เหมาะสมควรมีอัตราส่วนเท่าใด

โดยทั่วไปแล้วเวลาเปรียบเทียบอัตราส่วนทางการเงินต่างๆ ในงบการเงิน เราควรที่จะเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่แน่นอนว่าไม่ค่อยมีคนทำค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมไว้ซักเท่าไหร่ เราก็เลือกเปรียบเทียบกับคู่แข่งของบริษัทที่เราสนใจก็ได้

โดยมากแล้วมักนิยมให้ค่า Current Ratio มีค่าเท่ากับหรือมากกว่า 1 แต่จากประสบการณ์ของผู้เขียนแล้ว ผู้เขียนเห็นว่าโดยปกติมักมีค่าอยู่ประมาณ 2-3 เท่า บวกลบนิดหน่อยได้

แต่แน่นอนว่าต้องไปดูรายละเอียดในงบด้วย เช่นในบางปีบริษัทอาจขายดีมาก เก็บเงินสดได้เยอะมาก แบบนี้ก็ทำให้ค่า Current ratio อาจสูงขึ้นมากในปีนั้น เราก็อย่าเพิ่งรีบตีความว่าบริษัทใช้เงินไม่เป็น ต้องดูเหตุผลประกอบด้วย

Current Ratio เท่าไหร่ดี

ส่วนตัวของผู้เขียนนั้นมองว่า ขั้นต่ำที่ยอมรับได้สำหรับผู้เขียนคือ 1 เท่า เพราะนั่นแปลว่าสัดส่วนของ สินทรัพย์หมุนเวียนและหนี้สินหมุนเวียนนั้นเท่ากันพอดี

แต่ต้องอย่าลืมว่าในสินทรัพย์หมุนเวียนยังประกอบไปด้วยสินค้าคงเหลือ ซึ่งมีความเสี่ยงเรื่องตกรุ่น เสื่อมสภาพตามที่ได้กล่าวไปด้านบน ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้แล้ว ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ระยะสั้นของบริษัทก็จะสูงขึ้น

เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ เช่น วิกฤติต่างๆ เราควรเช็คว่าบริษัทสามารถจ่ายหนี้ระยะสั้นได้หรือไม่ บริษัทส่วนใหญ่ที่ล้มละลายมักไม่ได้เกิดจากการขาดทุน แต่เกิดจากการขาดสภาพคล่อง ซึ่ง Current Ratio สามารถใช้เป็นการกรองขั้นต้นได้เช่นกันว่าบริษัทจะสามารถรอดพ้นจากวิกฤติได้รึเปล่า

Current Ratio กับ Quick Ratio ต่างกันยังไง

ต่างกันตรงที่ Quick Ratio นั้นไม่รวมสินค้าคงเหลือเข้าไปด้วย

Current Ratio นั้นมี สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets) เป็นส่วนประกอบ และใน Current Assets ก็ประกอบด้วยเงินสด สินค้าคงเหลือ และอื่นๆ

เมื่อถึงกำหนดระยะเวลาชำระหนี้มีหลายกรณีที่บริษัทไม่สามารถแปลงสินทรัพย์หมุนเวียนบางรายการให้เป็นเงินสดได้ ยกตัวอย่างเช่น สินค้าคงเหลืออาจจะขายไม่ออก (ตกรุ่น, มีตำหนิ, ไม่มีคนยอมซื้อในเวลานั้น ฯลฯ) ทำให้มีเงินไม่พอชำระหนี้ระยะสั้น

จึงมีคนคิดอัตราส่วน Quick Ratio ขึ้นเพื่อแก้ปัญหานี้โดยเฉพาะ คือเป็นอัตราส่วนที่คล้ายกับ Current Ratio แต่ตัดสินค้าคงเหลือออกนั่นเอง