หุ้นที่ขึ้นเครื่องหมาย XR (Excluding Rights) แปลว่า ผู้ที่ซื้อหุ้นหลังจากหุ้นขึ้นเครื่องหมายนี้ จะไม่มีสิทธิ์จองซื้อหุ้นเพิ่มทุน
การออกหุ้นเพิ่มทุน เป็นอีกวิธีหนึ่งที่กิจการสามารถเลือกใช้เพื่อจัดหาเงินทุนมาเพิ่มเติมในกิจการ บริษัทจะทำขายหุ้นเพิ่ม เพื่อให้ได้เงินมาใช้ลงทุนในอนาคต โดยจะเสนอขายแก่ผู้ถือหุ้นเดิม ธนาคาร หรือนักลงทุนที่สนใจ สิทธิประโยชน์ของหุ้นเพิ่มทุนจะเหมือนกับหุ้นเดิมของบริษัททุกประการ
สาเหตุของการออกหุ้นเพิ่มทุนก็มีหลายอย่าง เช่น
- เพื่อขยายกิจการ
- เพิ่มสภาพคล่องของบริษัท
- ชำระหนี้เงินกู้
- ล้างขาดทุนสะสม (เพื่อให้สามารถจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้ในอนาคต)
การเพิ่มทุนด้วยการออกหุ้นเพิ่มทุนนี้ จะทำให้กิจการมีจำนวนหุ้นที่มากขึ้น หากกำไรของกิจการยังเท่าเดิมในอนาคต จะส่งผลให้เกิด Dilution Effect หรือก็คือการที่กำไรต่อหุ้น (EPS) ของบริษัทลดลง อันจะส่งผลต่อเนื่องให้ราคาหุ้นของบริษัทลดลงด้วย
หากเงินทุนที่ได้เพิ่มนั้น สามารถทำให้กิจการเติบโตได้จริง กำไรเพิ่มขึ้นจนสามารถชดเชยจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้นได้ ราคาหุ้นก็จะสูงขึ้นเช่นกัน
หากเราอยากได้หุ้นเพิ่มทุนเราต้องซื้อหุ้นก่อนที่หุ้นนั้นจะขึ้นเครื่องหมาย XR และจะต้องถือไว้จนกว่าหุ้นจะขึ้นเครื่องหมาย XR เรียบร้อยด้วย
หุ้นขึ้น XR ต้องทําอย่างไร
หากหุ้นที่เราถือขึ้น XR แล้ว เราไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพิ่ม เพราะแปลว่าเราได้สิทธิ์ในหุ้นเพิ่มทุนแน่นอนแล้ว สิ่งที่เราต้องทำต่อก็คือ หากเราพิจารณาแล้วคิดว่าเราอยากเพิ่มทุนตาม เราก็ต้องซื้อหุ้นเพิ่มทุนในสัดส่วนที่จะทำให้ความเป็นเจ้าของของเราเท่าเดิม
หากเราไม่อยากจะซื้อหุ้นเพิ่มทุน สิ่งที่เราควรทำก็คือขายหุ้นนั้นทิ้ง อย่างไรก็ตามหากหุ้นขึ้น XR แล้ว ส่วนมากราคาหุ้นมักจะตอบสนองไปแล้วในวันนั้นเช่นกัน หากราคาหุ้นตอบสนองโดยการลดลงเราอาจจำเป็นต้องจำใจขายทิ้งด้วยถ้าคิดว่าในอนาคตไม่น่าจะดี
หุ้นขึ้น XR ควรซื้อไหม
เราต้องกลับไปดูว่ากิจการหรือบริษัทนั้นออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อเอาเงินไปใช้ทำอะไร แล้วประเมินว่ากำไรที่จะเกิดจากการทำกิจกรรมนั้น จะสามารถครอบคลุมจำนวนหุ้นที่ออกเพิ่มได้หรือไม่ เพื่อให้อย่างน้อยกำไรต่อหุ้นเท่าเดิม
วิธีคิดก็คือ ประเมินว่ากำไรที่บริษัทจะทำได้หลังเอาเงินที่ได้จากการออกหุ้นเพิ่มทุนไปลงทุนในกิจกรรมต่างๆ เรียบร้อยแล้วจะเป็นเท่าไหร่ แล้วเมื่อหารด้วยจำนวนหุ้นทั้งหมดหลังเพิ่มทุนแล้ว กำไรต่อหุ้นเป็นอย่างไร ลดลงหรือเพิ่มขึ้น
เช่น หากบริษัทจะเอาเงินที่ได้จากการออกหุ้นเพิ่มทุนทั้งหมดไปลงทุนสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่มาขาย บริษัทประเมินว่ากำไรจากกิจกรรมนี้อย่างเดียวจะอยู่ที่ราวๆ 100 ล้านบาท และปีก่อนหน้าบริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 400 ล้านบาท
นอกจากนั้นหุ้นเพิ่มทุนมีจำนวนทั้งหมด 20 ล้านหุ้น ส่วนหุ้นเดิมมีอยู่ 200 ล้านหุ้น
ลองคิดกำไรต่อหุ้นก่อนที่บริษัทจะออกหุ้นเพิ่มทุนได้เป็นดังนี้
EPS = 400/200 = 2 บาทต่อหุ้น
และหลังเพิ่มทุนแล้ว EPS = (100+400) / (20+200) = 2.27 บาทต่อหุ้น
จะเห็นว่า EPS เพิ่ม ดังนั้นหากเราพิจารณาแล้วเราเชื่อว่าบริษัทน่าจะสามารถทำกำไรเพิ่มเติมได้จริง และกำไรต่อหุ้นจะเพิ่มจริง เราควรซื้อหุ้นเพิ่มทุนตาม
แต่หากเราพิจารณาแล้วว่าบริษัทน่าจะทำกำไรได้ไม่ถึง 100 ล้านบาท ตัวเลขกำไรสุทธิก็จะเปลี่ยนไป รวมถึง EPS ก็อาจจะลดลง อันจะส่งผลให้ราคาหุ้นในอนาคตลดลงด้วย
