WACC (Weighted-Average Cost of Capital) คือ ต้นทุนของเงินลงทุนเฉลี่ยของกิจการ
ค่า WACC ที่คำนวณได้จะบอกว่ากิจการนี้มีต้นทุนของเงินลงทุนเฉลี่ยเท่าไหร่ เราจะใช้ค่าต้นทุนเงินลงทุนเฉลี่ยนี้ในการพิจารณาว่าควรลงทุนในกิจการนี้หรือไม่ โดยเปรียบเทียบกับค่า ROIC หรือ IRR ก็ได้
ต้นทุนในการทำธุรกิจมักมีส่วนประกอบอยู่ 2 ส่วน คือ ต้นทุนเงินทุนของเจ้าของ และต้นทุนหนี้สินจากการกู้ยืม
ซึ่ง WACC นั้นจะใช้ทั้ง 2 ส่วนนี้มาพิจารณาต้นทุนของกิจการ
สูตร WACC
สูตรที่ใช้คำนวณ WACC คือ
WACC = We*Ke + Wd*Kd *(1-T)
โดย
We คือ ส่วนของผู้ถือหุ้น / (ส่วนของผู้ถือหุ้น+หนี้สินที่มีดอกเบี้ย)
Ke คือ ต้นทุนเงินลงทุนของผู้ถือหุ้น (Cost of Capital) หรือก็คือ ผลตอบแทนคาดหวังของเจ้าของ ซึ่งคำนวณได้จากสูตร CAPM อีกทีหนึ่ง
Wd คือ หนี้สินมีดอกเบี้ย / (ส่วนของผู้ถือหุ้น+หนี้สินที่มีดอกเบี้ย)
Kd คือ ต้นทุนหนี้สินจากการกู้ยืม
T คือ ภาษีนิติบุคคล (ของประเทศไทยจะอยู่ที่ร้อยละ 20)
ต่อมาคือสูตร CAPM (Capital Asset Pricing Model) เพื่อหาค่า Ke
Ke = Rf + β*(Rm-Rf)
โดย
Rf คือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ณ ปี 2566 นี้อยู่ที่ประมาณ 2.5%
Rm คือ อัตราผลตอบแทนของตลาดหุ้น โดยนับตั้งแต่เปิดตลาดมา มีค่าอยู่ที่ประมาณ 12%
β คือ ค่า Beta ของหุ้น หรือว่า อัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นเทียบกับอัตราการเปลี่ยนแปลงของดัชนี
หากค่าเบต้ามากกว่า 1 คือเมื่อดัชนีเพิ่ม หุ้นตัวนั้นจะเพิ่มมากกว่า หากดัชนีลด หุ้นตัวนั้นก็จะลดมากกว่า
หากค่าเบต้าน้อยกว่า 1 คือเมื่อดัชนีเพิ่ม หุ้นตัวนั้นจะเพิ่มน้อยกว่า หากดัชนีลด หุ้นตัวนั้นก็จะลดน้อยกว่า
หาค่า Beta ได้จากหน้าของหุ้นตัวนั้นๆ ใน set.or.th เลย
*อธิบายเพิ่มเติม จำไว้ว่า W คือ Weighted หมายถึงเฉลี่ย ดังนั้นถ้าเห็น W นำหน้าในสูตรนี้คือค่านั้นเป็นค่าเฉลี่ย
ส่วน K คือต้นทุน
e คือ equity ส่วนของเจ้าของ
d คือ debt หนี้สิน
จะได้จำง่ายขึ้น
ส่วนทำไมต้นทุนเงินลงทุนของผู้ถือหุ้นถึงเท่ากับผลตอบแทนคาดหวังของเจ้าของก็เพราะว่า เวลาผู้ถือหุ้นลงทุนอะไรก็แล้วแต่ ย่อมหวังผลตอบแทน ซึ่งจริงๆ แล้วเราไม่มีทางรู้หรอกว่าเค้าต้องการผลตอบแทนเท่าไหร่ เลยใช้ CAPM ขึ้นมาเพื่อคิดให้มีหลักยึดมากขึ้น โดยการไปเทียบกับผลตอบแทนของตลาดหุ้นและพันธบัตร
WACC ใช้ทำอะไร
WACC ใช้สำหรับหาต้นทุนของเงินลงทุนเฉลี่ยของกิจการ
เมื่อเราได้ค่าต้นทุนเงินลงทุนเฉลี่ยของกิจการแล้ว เราต้องนำไปเทียบต่อว่าผลตอบแทนของกิจการนั้น สูงกว่า WACC หรือไม่ โดยอาจใช้ค่า IRR หรือ ROIC ก็ได้
WACC บอกอะไร
หากค่า WACC ที่คำนวณได้น้อยกว่าค่า IRR หรือค่า ROIC แปลว่าการลงทุนนั้นคุ้มค่า เพราะต้นทุนเงินทุนเฉลี่ยน้อยกว่าอัตราผลตอบแทนที่กิจการทำได้
หากค่า WACC ที่คำนวณได้มากกว่าค่า IRR หรือค่า ROIC แปลว่าการลงทุนนั้นไม่คุ้ม เพราะต้นทุนเงินทุนเฉลี่ยมากกว่าอัตราผลตอบแทนที่กิจการทำได้
WACC สูง หรือ ต่ำ ดี
ค่า WACC ต่ำคือดี เพราะแปลว่ากิจการมีต้นทุนเงินทุนที่ต่ำ
อย่างไรก็ตาม การดู WACC อย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าดีหรือไม่ดี ต้องดูควบคู่กับอัตราผลตอบแทนเสมอ เพราะหากค่า WACC ที่เราคำนวณได้นั้นน้อยมาก แต่มันยังมากกว่าค่าอัตราผลตอบแทน แบบนี้ก็ถือเป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า
หา WACC จากงบการเงิน
เราจะมาลองหา WACC ของหุ้น SAPPE กัน
จากสูตร WACC = We*Ke + Wd*Kd *(1-T)
หาค่า Ke = Rf + B*(Rm-Rf)
Ke = 2.5% + 1.05 * (12% – 2.5%)
Ke = 2.5% + 1.05 * (9.5%) = 12.475%
เพื่อความง่ายในการคำนวณจะขอเอาค่า Kd จากหมายเหตุประกอบงบการเงินปี 2565 มาใช้เลย (ถ้าหากอยากทำละเอียดต้องไปดูว่าหนี้แต่ละก้อนมีดอกเบี้ยเท่าไหร่ ซึ่งน่าจะยาวมากเกินไป) ซึ่งมีค่าอยู่ที่ 5.1%
ดังนั้น Kd = 5.1%
ส่วนค่า Beta หาได้จาก set.or.th = 1.05

ต่อมาหาค่า We, Wd จากงบดุล
ในตัวอย่างนี้จะทำจากงบรวมเพื่อดูภาพรวมของบริษัท หากอยากจะทำจากงบเฉพาะกิจการก็ทำได้เช่นเดียวกัน

ส่วนของผู้ถือหุ้น = 3,257,813,684 บาท ใช้ส่วนของบริษัทใหญ่โดยไม่นับส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม อ่านเพิ่มเติมได้ที่งบการเงินรวม

โดยทั่วไปแล้วหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจะได้แก่ เงินเบิกเกินบัญชี เงินกู้ยืมธนาคาร (หนี้สิน) ทั้งระยะสั้นและระยะยาว หุ้นกู้ แต่ในตัวอย่างนี้พอไปเปิดอ่านหมายเหตุประกอบงบการเงินเพิ่มเติม พบว่าหนี้สินตามสัญญาเช่านั้นมีดอกเบี้ยด้วย จึงนำมาคำนวณในสมการเช่นเดียวกัน
หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย = 1,056,720+9,346,280+60,542,287 = 70,945,287 บาท
We คือ ส่วนของผู้ถือหุ้น / (ส่วนของผู้ถือหุ้น+หนี้สินที่มีดอกเบี้ย)
We = 3,257,813,684 / (3,257,813,684+70,945,287) = 0.978
Wd คือ หนี้สินมีดอกเบี้ย / (ส่วนของผู้ถือหุ้น+หนี้สินที่มีดอกเบี้ย)
Wd = 70,945,287 / (3,257,813,684+70,945,287) = 0.021
WACC = We*Ke + Wd*Kd *(1-T)
WACC = 0.978*12.475% + 0.021*5.1% *(1-20%)
WACC = 0.122 + 0.000856 = 0.1228 หรือก็คือ 12.28% นั่นเอง
