Passive Income คือ อะไร มีอะไรบ้าง สร้างยังไง

Passive Income คือ รายได้ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง แม้เราจะหยุดทำงานไปแล้ว หรือต้องออกแรงทำงานต่อน้อยมาก เช่น ขายคอร์สเรียนออนไลน์, เขียน Ebook ขาย, ให้เช่าที่ เป็นต้น

Passive Income กับ Active Income นั้นแตกต่างกันตรงที่สำหรับ Active Income ถ้าเราหยุดออกแรงทำงานเมื่อไหร่ รายได้ส่วนนั้นก็จะหายไปทันที เช่นทำงานประจำ ขายของ เป็นต้น

การจะมี Passive Income ได้นั้นส่วนมากแล้วตอนแรกจะต้องลงแรงเยอะหน่อย ไม่ว่าจะเป็นการทำคอร์สมาขาย หรือการเขียน ebook ก็ตาม แต่เมื่อทำเสร็จแล้วนำไปขาย เราแทบไม่ต้องทำอะไรกับมันอีกเลย ยกเว้นการปรับปรุงเนื้อหานิดหน่อยเมื่อจำเป็นเท่านั้น

Passive Income ไม่ได้แปลว่าคุณจะไม่ต้องทำงานอีกเลยตลอดชีวิต เพราะจริงๆ แล้วการแข่งขันมีอยู่ในทุกที่ หากคุณไม่ทำอะไรเลยอยู่เฉยๆ คู่แข่งของคุณจะนำหน้าคุณ และรายได้จาก Passive Income ของคุณจะลดลงเรื่อยๆ

Passive Income มีอะไรบ้าง

เหมือนที่วอร์เรน บัฟเฟตต์กล่าวไว้ว่า หากคุณไม่พบวิธีที่สามารถทำเงินได้ในระหว่างที่คุณหลับ คุณจะต้องทำงานไปจนกระทั่งวันที่คุณตาย ข้อความนี้เป็นเรื่องจริง เพราะเราแทบทุกคนเกิดมารู้จักแต่ Active Income กันเป็นส่วนใหญ่ และเมื่อเราหยุดทำรายได้เราก็ไม่มี เงินเก็บเราจะลดลงเรื่อยๆ

เราจึงควรศึกษาดูว่ามีอะไรที่สามารถทำเงินให้เราอย่างอัตโนมัติได้บ้าง

ธุรกิจที่เป็น Passive Income ที่รู้จักกันดีมีดังต่อไปนี้

  1. ทำคอร์สออนไลน์ขายใน Platform ต่างๆ เช่น Udemy, Coursera, Skillshare หรือเวบไทยก็เช่น Course Square การทำคอร์สออนไลน์สอนนั้น ไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญหรือจบดอกเตอร์แต่อย่างใด ขอเพียงคุณมีความรู้ที่ถูกต้องและรู้มากกว่ากลุ่มลูกค้าของคุณก็พอแล้ว
  2. เขียน Ebook ขายบนเว็บไซต์ส่วนตัวหรือ Amazon การขายใน Amazon Kindle นั้นหากทำออกมาได้ดี โอกาสรวยมีสูงมากเพราะเป็นตลาด ebook ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
  3. ขายภาพถ่าย ขายรูป บนเว็บไซต์ Shutterstock, Getty images, Canva เราเพียงถ่ายภาพหรือทำกราฟฟิค ทำรูปสวยๆ คิดว่าคนอยากได้ภาพอะไรเอาไปทำ content บ้าง แล้วเริ่มขายได้เลย
  4. ฝากเงินในธนาคาร กองทุนรวม ตราสารหนี้ต่างๆ วิธีนี้แม้ดูผลตอบแทนไม่มากนัก แต่เป็น Passive Income สุดๆ เพราะแทบไม่ต้องลงมืออะไรต่ออีกเลยแค่ติดตามผลการดำเนินงานแค่นั้น ข้อเสียคือ ต้องมีเงินต้นเยอะหน่อย
  5. Drop shipping การทำ Drop shipping คือการขายของให้กับลูกค้า ที่เมื่อลูกค้าสั่งของแล้ว เราไปสั่งผู้ผลิตตัวจริงให้ส่งของให้ เราไม่ต้อง stock ของ ไม่ต้องผลิตของเอง
  6. ให้เช่าที่ เช่น Airbnb หากเรามีห้องว่าง บ้านว่าง เราสามารถปล่อยให้เช่า กินค่าเช่าได้ ยิ่งอยู่ในทำเลที่ดียิ่งปล่อยเช่าง่าย
  7. ธุรกิจแฟรนไชส์ อีกหนึ่งธุรกิจที่ต้องออกแรงในตอนแรกเยอะ แต่เมื่อแบรนด์ติดตลาดมีคนมาขอทำแฟรนไชส์ กระแสเงินสดที่ไหลเข้าจะเยอะมาก
  8. ปล่อยกู้ อีกหนึ่ง Passive Income ที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน ข้อเสียก็คือเสี่ยงมากๆ นั่นเอง

วิธีสร้าง Passive Income

เมื่อเรารู้แล้วว่า Passive Income หลักๆ แล้วมีอะไรบ้าง ต่อมาก็มาดูวิธีสร้าง Passive income กัน

พื้นฐานเรามีอะไรบ้าง

อันดับแรกเลยคือ เราถนัดหรือชอบ สนใจอะไรเป็นพิเศษบ้าง และแต่ละอย่างที่เราถนัดหรือชอบสามารถเอาไปทำเงินสร้างรายได้ ได้หรือไม่

ย้ำอีกครั้งว่าเราไม่จำเป็นต้องเก่งมากๆ ในเรื่องนั้น ขอเพียงเก่งกว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมาย และมีความรู้ถูกต้องก็เพียงพอแล้ว

คำนวณ Passive Income ที่เราอยากได้ต่อเดือน

เมื่อเราเจอว่าเราชอบหรือสนใจเรื่องอะไรเป็นพิเศษแล้ว ต่อมาเราก็จะมาคำนวณกันว่าเราอยากมีรายได้เพิ่มเท่าไหร่

แน่นอนว่าความต้องการของแต่ละคนไม่เท่ากัน ดังนั้นเราจึงต้องกำหนดขึ้นมาก่อนว่าเราอยากได้ Passive Income เท่าไหร่ต่อเดือน หากเราต้องการรายได้ในส่วนนี้เพื่อไปชดเชยกับค่าใช้จ่าย เช่น ค่าผ่อนรถ ผ่อนบ้าน ค่าดูแลลูก

เราก็ต้องคำนวณออกมาก่อน เพื่อให้ได้เป้าหมายว่า เราอยากได้เท่านี้ต่อเดือน เป้าหมายต้องชัด

วิเคราะห์ตลาด

เมื่อเราได้ยอดเป้าหมายที่เราอยากทำได้ต่อเดือนแล้ว ต่อมาเราก็ต้องมาวิเคราะห์ตลาดที่เราสนใจและอยากเข้าไปทำเงิน

เช่น สมมุติว่าเราเห็นว่าตลาดสัตว์เลี้ยงน่าจะกำลังโตในไทย เราก็ต้องไปดูจริงๆ ว่ามันกำลังโตจริงรึเปล่า โดยอาจจะเริ่มจาก Google ได้เลย เช่น เราอาจจะชอบเลี้ยงแมว เราไปที่ Google trend (ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากในการบอกแนวโน้มตลาด) แล้วลองค้นหาคำว่า “เลี้ยงแมว”

การใช้ google trend เพื่อดูตลาด สำหรับสร้าง passive income

จากรูปจะเห็นว่าตลาดมันโตขึ้นจริงๆ แสดงว่าคนชอบเลี้ยงแมวมากขึ้น เราก็ต้องหาช่องทางต่อว่ามันจะสามารถทำเงินยังไงได้บ้างในตลาดนี้

ระบุปัญหาของกลุ่มลูกค้า

ขั้นตอนต่อมาคือเราต้องหาว่า ตลาดที่เราเลือกมานั้น เราจะทำเงินกับมันยังไงได้บ้าง ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำ Passive Income ก็คือ คุณต้องรู้ว่ากลุ่มลูกค้าของคุณมีปัญหาอะไร

เช่น จากตัวอย่างด้านบนเรื่องแมว หากกลุ่มลูกค้าที่เราสนใจมีปัญหาเรื่องฝึกแมวไม่ได้ มีปัญหาเรื่องการดูแล ปัญหาด้านสุขภาพเบื้องต้น เราก็จะทำ ebook หรือ course การสอนมาขายได้

โดยอาจทำ facebook page แล้วคอย post คอยเข้าไปตอบคำถามเพื่อให้มีคนติดตามเยอะๆ หลังจากนั้นจึงค่อยเริ่มขายของ

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เราต้องออกแรงมากในตอนต้น แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งแล้ว Passive income จะทยอยเข้ามาเอง และใช้เวลาดูแลน้อยลง

Passive Income แบบมนุษย์เงินเดือน

หากคุณเป็นมนุษย์เงินเดือนที่อยากมี Passive Income เราต้องเข้าใจก่อนว่า เงินเดือนยังเป็นรายได้หลัก และ Passive Income ยังเป็นรายได้รอง

เราต้องเจียดเวลาช่วงที่ไม่ได้ทำงานหลัก เช่นตอนกลางคืน เพื่อมาสร้างรายได้เสริมก่อน พอรายได้เสริมเริ่มดีขึ้นและอยู่ตัว เราค่อยลาออกจากงานประจำก็ได้

สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ทำงานประจำ เราขอแนะนำวิธีสร้าง Passive Income ดังต่อไปนี้

  • Dropshipping – การทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนสามารถทำ dropship ได้ง่าย เพราะไม่จำเป็นต้อง stock สินค้า ไม่ต้องมีหน้าร้าน
  • Affiliates – เป็นหนึ่งในรูปแบบของนายหน้า กล่าวคือเมื่อมีคนคลิก link ของเราไปซื้อสินค้า เราจะได้รับค่าตอบแทน ประเด็นที่สำคัญสำหรับการทำก็คือ เราต้องมี website, social หรือทางเข้าหาคนเพื่อเสนอสินค้าแล้วให้เค้าคลิกไปซื้อ
  • เล่นหุ้น – ข้อดีของการเป็นมนุษย์เงินเดือนคือรายได้ค่อนข้างแน่นอน หากสามารถแบ่งเงินมาลงทุนในหุ้นได้ ก็จะช่วยให้มีกระแสเงินสดสำหรับซื้อเวลาหุ้นตกได้
  • ซื้อกองทุนรวม – การลงทุนแบบง่ายๆ ที่แม้จะได้ผลตอบแทนน้อยหน่อย แต่ความเสี่ยงก็ต่ำเช่นกัน หากมีเงินเย็นจำนวนมาก เป็นอีกทางเลือกที่ได้ Passive Income ง่ายและเสี่ยงต่ำ

Passive Income แบบ บ้านๆ

ถ้าคุณรู้สึกว่าคุณไม่ถนัดงานออนไลน์เลย และอยากลองทำ Passive Income แบบบ้านๆ ดูบ้าง ให้ลองดูธุรกิจต่อไปนี้

ปลูกต้นไม้ – อาจฟังดูแปลก แต่เราสามารถปลูกไม้พะยูง และตัดได้หากมันอยู่บนที่ดินของเรา ไม้เหล่านี้มีราคาแพง (ลูกบาศก์เมตรละ 300,000-500,000 บาท) ใช้เวลามากหน่อย แต่ได้เงินเยอะแน่นอน

เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ – หนึ่งในธุรกิจมาแรง และเป็นที่ต้องการ เงินลงทุนไม่เยอะ และใช้พื้นที่ไม่เยอะเช่นกัน อาจจะเริ่มจากไม่กี่เครื่องก่อน แล้วค่อยขยับขยายไปสู่พื้นที่ๆ มากขึ้น

ขายพื้นที่โฆษณา ให้เช่าที่ – หากมีที่เหลือ การให้เช่าเป็นการทำเงินแบบ Passive Income ที่ง่ายมากที่สุดรูปแบบหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยเช่าใน Airbnb หรือ การให้คนในพื้นที่เช่าก็ตาม

ลงทุนในกองทุน – การลงทุนแบบนี้เป็นอีกทางเลือกที่เสี่ยงต่ำและได้ผลตอบแทนค่อนข้างสม่ำเสมอ

หากอยากให้มีรายได้จาก Passive Income เดือนละ 10,000 บาท จะต้องมีเงินลงทุนดังตารางต่อไปนี้

ความเสี่ยง ผลตอบแทนต่อปีโดยประมาณ เงินลงทุนที่ต้องมี​(บาท)
เงินฝากออมทรัพย์ ต่ำ 0.50%          24,000,000
เงินประกันสะสมทรัพย์ ต่ำ 2.50%            4,800,000
ตราสารหนี้ ค่อนข้างต่ำ 3%            4,000,000
กองทุนรวมอสังหาฯ ปานกลาง 6.50%            1,846,154