อัตราส่วนทางการเงิน (Financial ratio) คือการนำตัวเลขต่างๆ ในงบการเงิน มาทำเป็นอัตราส่วน เพื่อใช้ในการวิเคราะห์บริษัท โดยอัตราส่วนทางการเงินนี้ สามารถใช้เทียบกับผลการดำเนินงานในอดีตของบริษัทเอง หรือใช้เทียบกับคู่แข่งในอุตสาหกรรมเดียวกัน เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสรวมถึงแนวโน้มต่างๆ ของบริษัท
อัตราส่วนทางการเงินสามารถแบ่งออกได้หลักๆ 4 ประเภท ดังนี้
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Liquidity Ratio)
- อัตราส่วนทุนหมุนเวียน (Current ratio)
- อัตราส่วนทุนหมุนเวียนเร็ว (Quick ratio)
- อัตราส่วนเงินสด (Cash ratio)
- อัตราหมุนเวียนของลูกหนี้ (Receivable turnover)
- ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย (Average Collection period)
- อัตราหมุนเวียนของสินค้าคงเหลือ (Inventory turnover)
- ระยะเวลาขายสินค้า (Holding period)
อัตราส่วนทุนหมุนเวียน (Current ratio)
คือ อัตราส่วนที่ใช้บอกว่าบริษัทมีความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นดีขนาดไหน โดยทั่วไปแล้วควรมีค่ามากกว่า 1
สูตร คือ Current Ratio = สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets) / หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities)
อัตราส่วนทุนหมุนเวียนเร็ว (Quick ratio)
เป็นอัตราส่วนที่ใช้บอกความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้น ยิ่งค่านี้มีค่ามาก ยิ่งแปลว่าสามารถชำระหนี้ระยะสั้นได้โดยง่าย โดยทั่วไปค่านี้ควรมีค่ามากกว่า 1
สูตร คือ Quick Ratio = (สินทรัพย์หมุนเวียน – สินค้าคงเหลือ) / หนี้สินหมุนเวียน
อัตราส่วนเงินสด (Cash ratio)
คือ อัตราส่วนที่ใช้สำหรับวิเคราะห์สภาพคล่องทางการเงินของบริษัท โดยจะเทียบระหว่าง เงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสด กับ หนี้สินหมุนเวียน
สูตร คือ อัตราส่วนเงินสด = เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด / หนี้สินหมุนเวียน
อัตราหมุนเวียนของลูกหนี้ (Receivable turnover)
คือ อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า หรือ อัตราการหมุนเวียนของลูกหนี้ เป็นอัตราส่วนทางการเงินระหว่าง ยอดขายเชื่อกับลูกหนี้เฉลี่ย บ่งบอกถึงประสิทธิภาพในการบริหารสิ้นเชื่อที่ขายให้กับลูกค้า และการจัดการหนี้ระยะสั้นของบริษัท
สูตรคือ อัตราส่วนหมุนเวียนลูกหนี้การค้า = ยอดขายเชื่อ / (ลูกหนี้ต้นงวด + ลูกหนี้ปลายงวด)/2
ระยะเวลาเก็บหนี้ (Collection period)
คือ ระยะเวลาถัวเฉลี่ยในการเรียกเก็บหนี้ บ่งบอกถึงคุณภาพลูกหนี้ว่าเราสามารถเรียกเก็บเงินได้เร็วขนาดไหน ค่านี้ยิ่งน้อยยิ่งดี
สูตร คือ ระยะเวลาถัวเฉลี่ยในการเรียกเก็บหนี้ (Avg. Collection Period) วัน = 365 วัน /อัตราหมุนเวียนของลูกหนี้
อัตราหมุนเวียนของสินค้าคงเหลือ (Inventory turnover)
คือ อัตราหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ คืออัตราส่วนที่ใช้สำหรับวัดความสามารถในการขายสินค้าคงเหลือโดยวัดว่าสินค้าคงเหลือเปลี่ยนไปเท่าไหร่ในช่วงเวลาที่กำหนด
สูตร คือ อัตราหมุนเวียนสินค้าคงเหลือ = ต้นทุนขาย / (สินค้าคงเหลือต้นงวด + สินค้าคงเหลือปลายงวด)/2
ระยะเวลาขายสินค้า (Holding period)
คือ ระยะเวลาที่ใช้ในการขายสินค้าของบริษัท ค่านี้ยิ่งน้อยยิ่งดี
สูตร คือ ระยะเวลาในการขายสินค้า(วัน) = 365 /อัตราหมุนเวียนของสินค้า (Inventory Turnover)
อัตราส่วนประสิทธิภาพในการใช้สินทรัพย์ (Efficiency Ratio)
- อัตราหมุนเวียนของสินทรัพย์รวม (Total asset turnover)
- อัตราหมุนเวียนของสินทรัพย์ถาวร (Net fixed asset turnover)
อัตราหมุนเวียนของสินทรัพย์รวม (Total asset turnover)
Total Asset Turnover หรือ อัตราการหมุนเวียนของสินทรัพย์รวม คือ อัตราส่วนทางการเงินระหว่างยอดขายหารด้วยสินทรัพย์รวม ซึ่งสามารถบอกได้ว่าบริษัทมีความสามารถแค่ไหนในการใช้สินทรัพย์ที่มีเพื่อก่อให้เกิดยอดขาย
สูตร คือ Total Asset Turnover = ยอดขาย / สินทรัพย์รวมเฉลี่ย
โดย สินทรัพย์รวมเฉลี่ย = (สินทรัพย์รวมต้นงวด + สินทรัพย์รวมปลายงวด) ÷ 2
อัตราหมุนเวียนของสินทรัพย์ถาวร (Net fixed asset turnover)
คือ อัตราส่วนทางการเงินที่เป็นการเปรียบเทียบระหว่างยอดขายและ สินทรัพย์ถาวรเฉลี่ย ใช้เพื่อดูว่ากิจการสามารถใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ถาวรได้เก่งขนาดไหน โดยควรเทียบกับบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน
สูตร คือ Fixed Asset Turnover = ยอดขาย / สินทรัพย์ถาวรเฉลี่ย
โดย สินทรัพย์ถาวรเฉลี่ย = (สินทรัพย์ถาวรต้นงวด + สินทรัพย์ถาวรปลายงวด) ÷ 2
อัตราส่วนความสามารถในการทำกำไร (Profitability Ratio)
- อัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit margin)
- อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating profit margin)
- อัตรากำไรสุทธิ (Net profit margin)
- อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ทั้งหมด (Return On Assets : ROA)
- อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (Return On Equity : ROE)
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross profit margin)
อัตรากำไรขั้นต้น คือ สัดส่วนระหว่างกำไรขั้นต้นกับยอดขายของบริษัท
สูตร คือ Gross profit margin = Gross profit / Sales
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating profit margin)
อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพในการจัดการค่าใช้จ่ายและประสิทธิภาพในการทำกำไรจากการดำเนินงาน
สูตร คือ อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (%) = กำไรจากการดำเนินงาน / รายได้ x 100
อัตรากำไรสุทธิ (Net profit margin)
Net Profit Margin คือ อัตรากำไรสุทธิ เป็นอัตราส่วนระหว่างกำไรสุทธิ (Net Profit) และยอดขาย (Sales) ของบริษัท
สูตร คือ Net Profit Margin = กำไรสุทธิ / ยอดขาย x 100
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ทั้งหมด (Return On Assets : ROA)
Return on Asset (ROA) คือ อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ โดยเป็นสัดส่วนระหว่าง กำไรสุทธิ (Net Profit) เทียบกับสินทรัพย์รวม (Total asset) บ่งบอกถึงความสามารถในการใช้สินทรัพย์ของบริษัทในการทำกำไร
สูตร คือ ROA = กำไรสุทธิ (Net profit) / สินทรัพย์รวม (Total asset) x 100%
อัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้น (Return On Equity : ROE)
ROE (Return On Equity) คือ อัตราผลตอบแทนส่วนของผู้ถือหุ้น มีหน่วยเป็น % เป็นหนึ่งในอัตราส่วนที่ใช้บอกว่าบริษัทนั้นสามารถสร้างผลตอบแทนจากส่วนของเจ้าของได้มากขนาดไหน
สูตร คือ ROE = กำไรสุทธิ / ส่วนของเจ้าของ
(คูณ 100 เพื่อทำเป็น %)
อัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้ (Leverage Ratio)
- อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Debt to Equity ratio)
- อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย (Interest coverage ratio)
- อัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout)
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Debt to Equity ratio)
คือ อัตราส่วนหนี้สินทั้งหมดต่อส่วนของผู้ถือหุ้น เป็นการเทียบอัตราส่วนระหว่างหนี้สินกับส่วนของทุน ทำให้นักลงทุนตระหนักถึงภาระของบริษัทที่เราสนใจว่ามีภาระมากน้อยขนาดไหน
สูตร คือ D/E Ratio = หนี้สินทั้งหมด / ส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งหมด
อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย (Interest coverage ratio)
คือ อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย เป็นอัตราส่วนทางการเงินที่วัดระหว่างกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีกับดอกเบี้ยจ่าย ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่บ่งบอกถึงความสามารถในการชำระดอกเบี้ยเงินกู้ของกิจการ
สูตร คือ อัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย = กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี / ดอกเบี้ยจ่าย (มีหน่วยเป็น เท่า)
อัตราการจ่ายเงินปันผล (Dividend Payout)
คือ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล มีหน่วยเป็น %
สูตร คือ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล = ปันผลต่อหุ้น / ราคาต่อหุ้น
