Non Controlling Interest (ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม) คือ อะไร

non controlling interest คืออะไร

Non Controlling Interest (ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม) คือ ส่วนได้เสียในบริษัทย่อยที่ไม่ได้เป็นของบริษัทใหญ่ทั้งทางตรงและทางอ้อม หากบริษัท A เข้าซื้อหุ้นที่มีสิทธิ์ในการออกเสียงมากกว่าร้อยละ 50 ของบริษัท B จะทำให้บริษัท A มีสิทธิในการควบคุมบริษัท B ได้และทำให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างบริษัททั้งสองที่เรียกว่าบริษัทใหญ่(บริษัท A) และบริษัทย่อย(บริษัท B) โดยที่ทั้งสองบริษัทถือเป็นบริษัทในเครือ ส่วนของหุ้นที่มีสิทธิ์ในการออกเสียงที่เหลือที่ไม่ได้เป็นของบริษัท A จะถูกเรียกว่า ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (Non Controlling Interest) หากบริษัท A เข้าไปถือหุ้นของบริษัท B ทั้งหมด 70% ส่วนที่เหลืออีก 30% ก็จะเป็นส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุมของบริษัท A แม้ตามกฎหมายแล้วบริษัท A และ B ถือเป็นคนละนิติบุคคลกันแต่ในความเป็นจริงบริษัท A สามารถควบคุมบริษัท B ได้ทั้งการตั้งกรรมการบริหาร ควบคุมการตัดสินใจทางธุรกิจต่างๆ รวมถึงสามารถสั่งจ่ายปันผลได้ ดังนั้นหากเราอยากลงทุนในบริษัท B เราจำเป็นต้องดูผู้บริหารของบริษัท A ด้วย ส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม … Read more

Non Operating Revenue หรือ Income คืออะไร?

non operating revenue คืออะไร, non operating income คือ

Non Operating revenue หรือ Other Income คือ รายได้อื่นนอกเหนือจากรายได้จากการประกอบธุรกิจหลักของกิจการ เช่น หากกิจการมีเงินสดแล้วนำไปฝากธนาคาร ได้ดอกเบี้ย ดอกเบี้ยนั้นถือเป็น Non operating revenue (รายได้อื่น) หรือ หากกิจการมีการขายสินทรัพย์ออกไป เงินที่ได้จากการขายสินทรัพย์นั้นก็ถือเป็น Non operating revenue เช่นกัน บ่อยครั้งที่เราดูงบการเงินของบริษัทแล้วพบว่าบริษัทมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ เราควรที่จะดูว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นมาจากอะไร รายได้จากการดำเนินงานหลัก หรือรายได้อื่น รายได้อื่นอาจมีบางรายการที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เช่น เงินปันผลรับ แต่รายได้อื่นที่เป็นจำนวนมากนั้นมักเกิดขึ้นเพียงครั้งคราวและมีความไม่แน่นอนสูง บางอย่างอาจเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวและไม่เกิดขึ้นอีกเลย เช่นการขายสินทรัพย์ถาวรบางรายการ สิ่งที่นักลงทุนอย่างเราต้องการ คือการเห็นการเติบโตของ Operating revenue ที่มาจากการดำเนินงานหลักของกิจการจริงๆ เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่าง Non Operating Revenue มีอะไรบ้าง รายได้อื่นนอกเหนือจากรายได้หลักของกิจการที่พบเห็นได้บ่อย ได้แก่ กำไรจากการขายสินทรัพย์ ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน เงินปันผลรับ Non Operating Revenue อยู่ตรงไหนของงบการเงิน Non … Read more

Leverage Ratio (อัตราส่วนโครงสร้างทางการเงิน) คืออะไร?

leverage ratio (อัตราส่วนทางการเงิน) คืออะไร

Leverage Ratio หรือ อัตราส่วนโครงสร้างทางการเงิน คือ หมวดหมู่อัตราส่วนที่ใช้วัดว่าเงินทุนของกิจการได้มาในรูปแบบหนี้สินมากน้อยขนาดไหน อัตราส่วนเหล่านี้สามารถใช้ประเมินความสามารถของบริษัทในการปฏิบัติตามภาระผูกพันทางการเงิน หมวดหมู่อัตราส่วนหนี้สินมีความสำคัญเนื่องจากทุกกิจการนั้นประกอบขึ้นด้วยเงินทุนของเจ้าของ และเงินที่ไปกู้ยืมมาเพื่อใช้เป็นเงินทุนในการดำเนินงาน การรู้ถึงจำนวนหนี้ที่มีจะเป็นประโยชน์ในการประเมินว่าบริษัทจะสามารถชำระหนี้เมื่อครบกำหนดได้หรือไม่ กิจการที่มีโครงสร้างทางการเงินจากหนี้สินที่ต่ำ จะมีความเสี่ยงน้อยกว่า เพราะภาระที่จะต้องชำระดอกเบี้ยจะน้อยกว่า อย่างไรก็ตามการกู้ยืมสามารถช่วยให้การขยายกิจการเป็นไปได้อย่างรวดเร็วมากกว่า คำว่า Leverage จริงๆ แล้วแปลว่าการงัด มาจากคานดีดคานงัด ซึ่งหมายถึงการใช้แรงที่น้อยกว่าเพื่องัดของที่หนักกว่า พอนำมาใช้ในเรื่องการเงินจึงหมายถึงการใช้เงินทุนที่น้อยกว่า เพื่อขยายกิจการ (ต้องแลกมาด้วยการเป็นหนี้มากกว่า) อัตราส่วนโครงสร้างทางการเงินมีอยู่มากมาย แต่ที่พบเห็นและใช้บ่อยได้แก่ Debt Ratio, Debt to Equity Ratio, Interest Coverage Ratio, Debt to EBITDA ratio Debt Ratio (Debt to Assets Ratio) เป็นอัตราส่วนที่บอกว่า หนี้สินทั้งหมดที่บริษัทมีนั้นคิดเป็นอัตราส่วนเท่าไหร่ต่อสินทรัพย์ที่บริษัทมีทั้งหมด สูตรคำนวณ คือ  DA Ratio = Total Debt / Total Assets … Read more

Ceiling กับ Floor หุ้นคืออะไร? กฎเกณฑ์เป็นอย่างไร

ceiling floor หุ้นคืออะไร

Ceiling กับ Floor คืออะไร? Ceiling กับ Floor คือ ราคาซื้อขายสูงสุดและต่ำสุด สำหรับหุ้นตัวนั้นในแต่ละวันเทียบกับราคาปิดวันก่อนหน้า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้กำหนดให้ราคา Ceiling และ Floor ของหุ้นไทย อยู่ที่ +30% และ -30% ในแต่ละวัน กล่าวคือ หุ้นตัวหนึ่งในหนึ่งวันจะสามารถขึ้นไปได้สูงสุดหรือที่เราเรียกว่า Ceiling ได้แค่ +30% จากราคาปิดของวันก่อนหน้า และสามารถลดลงไปได้ต่ำสุด -30% จากราคาปิดของวันก่อนหน้า สาเหตุที่ต้องกำหนดไว้เช่นนี้ก็เพราะว่า เพื่อป้องกันไม่ให้นักลงทุนมีความโลภ หรือตื่นตระหนกมากจนเกินไป จนเกิดความเสียหายกับเงินลงทุน เกร็ดน่ารู้: ครั้งหนึ่งในช่วงวันที่ 18 มีนาคม 2563 ถึง 1 ตุลาคม 2563 ตลาดหลักทรัพย์ได้เปลี่ยนเกณฑ์ Ceiling และ Floor หุ้นให้เหลือแค่ ±15% เท่านั้นเพราะช่วงนั้นนักลงทุนตื่นตระหนกกันมากจากสถานการณ์โรคระบาด มีการเก็งกำไรกันมาก พอสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย จึงค่อยกลับมาใช้เกณฑ์เดิม Ceiling ราคาเพดาน ราคา … Read more

Operating Revenue หรือ Operating Income คืออะไร?

operating revenue operating income คืออะไร

Operating Revenue หรือ Operating Income คือ รายได้จากการดำเนินงานหลักของกิจการ เป็นรายได้ที่เกิดจากการดำเนินงานตามปกติของบริษัท เช่น กิจการทำธุรกิจผลิตรองเท้าขาย รายได้จากการดำเนินงานหรือ Operating Revenue ก็คือรายได้จากการขายรองเท้า หากกิจการเดียวกันนี้มีเงินเหลือแล้วนำเงินไปฝากธนาคารและได้ดอกเบี้ย ดอกเบี้ยรับนี้ ไม่ถือเป็นรายได้จากการดำเนินงานจะเรียกว่าเป็นรายได้อื่นหรือ Non Operating Revenue สูตรคำนวณ Operating Revenue Operating Revenue หรือรายได้จากการดำเนินงานนั้น หลักๆ ก็คือรายได้ลบด้วยต้นทุนทางตรงและต้นทุนทางอ้อมทั้งหมด แต่จะยังไม่หักต้นทุนทางการเงินและภาษี Operating Revenue = รายได้ – ต้นทุนขาย – ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร อย่างไรก็ตามเราที่เป็นนักลงทุนหลายๆ ครั้งจะเจองบการเงินที่เป็นดังนี้ จะเห็นว่าบริษัทแยกส่วน กำไรจากกิจกรรมดำเนินงานมาให้เลย และเมื่อคำนวณดูจะพบว่าตัวเลขกำไรจากกิจกรรมดำเนินงานนี้มาจาก ตัวเลขรายได้รวม 234,423 ลบด้วยรายจ่ายรวม 228,764 เท่ากับ 5,659 (หน่วย พันบาท) แต่การแยกให้ออกระหว่างรายได้จากกิจกรรมดำเนินงาน และรายได้รวมของบริษัทนั้นสำคัญมาก เพราะรายได้จากกิจกรรมดำเนินงานคือรายได้หลักที่บริษัทควรจะทำได้ดี หากรายได้ในส่วนนี้มีแนวโน้มลดลง หรือรายได้ที่ไม่ใช่รายได้จากกิจกรรมดำเนินงานหลักเพิ่มขึ้น … Read more

Cost of Goods Sold (COGS) คืออะไร?

cost of goods sold คืออะไร (ต้นทุนขาย)

Cost of Goods Sold (COGS) หรือ ต้นทุนขาย คือ ต้นทุนตรงในการได้มาของสินค้าหรือบริการนั้น หรือจะเรียกว่า Cost of Sales ก็ได้ ความหมายเดียวกัน ส่วนต้นทุนในการได้มาของสินค้านั้นมีอะไรบ้างขึ้นอยู่กับว่าบริษัททำธุรกิจแบบใด หากบริษัททำธุรกิจการผลิต ต้นทุนในการได้มาของสินค้า จะมีตั้งแต่ ต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ผลิต ค่าแรง ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้านั้นโดยตรง เช่น หากบริษัททำขนมปังขาย ต้นทุนขาย ก็จะมีตั้งแต่ แป้ง น้ำตาล ไข่ ค่าแรงงานพนักงานฝ่ายผลิต ค่าเสื่อมราคาของเครื่องจักรที่ใช้ผลิต เป็นต้น แต่จะไม่รวมค่าโฆษณา เพราะค่าโฆษณาไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เกิดสินค้านั้น หากบริษัททำธุรกิจซื้อมาขายไป ต้นทุนในการได้มาของสินค้า จะเป็นราคาของสินค้าที่ซื้อมาเพื่อขายต่อ หากบริษัททำธุรกิจให้บริการ เช่น ให้คำปรึกษาทางการเงิน ต้นทุนขายก็จะเป็น ค่าเงินเดือนและสวัสดิการพนักงานที่ไปให้คำปรึกษาลูกค้า ต้นทุนขายอยู่ในส่วนของงบกำไรขาดทุน และเป็นส่วนสำคัญสำหรับการคำนวณอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) Cost of Goods Sold มีอะไรบ้าง Cost of Goods … Read more

Prepaid Expenses (ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า) คืออะไร

prepaid expenses ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า คืออะไร

ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า คือ ค่าใช้จ่ายที่กิจการจ่ายออกไปก่อนที่จะได้รับผลประโยชน์จากการจ่ายเงินดังกล่าวในงวดบัญชีนั้น หลายๆ ครั้งเวลาทำธุรกิจเราอาจจะจ่ายเงินล่วงหน้าไปก่อนเป็นเดือน และผู้รับเงินจากเราจะค่อยๆ ทำสินค้าหรือบริการทยอยส่งให้เรา ลักษณะนี้เองที่เรียกว่าค่าใช้จ่ายล่วงหน้า หรือ Prepaid Expenses Prepaid Expenses นั้นเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets) ซึ่งมีสภาพคล่องต่ำมาก เพราะเวลาที่เราทำสัญญาซื้ออะไรก็ตาม การจะขอคืนเงินสดที่จ่ายให้บริษัทไปแล้วเป็นเรื่องยากมากๆ ส่วนมากมักได้รับเป็นส่วนลดสำหรับครั้งต่อไปมากกว่า ค่าใช้จ่ายล่วงหน้ามีอะไรบ้าง ตัวอย่าง ตัวอย่างของค่าใช้จ่ายล่วงหน้าที่พบเห็นได้บ่อย ได้แก่ ค่าเช่า (ค่าเช่าที่ ค่าเช่ายานพาหนะ ค่าเช่าเครื่องจักร เป็นต้น) ค่าแรงงานล่วงหน้า ค่าเบี้ยประกันต่างๆ ค่าโฆษณา ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า อยู่ใน หมวดไหน ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า จะอยู่ในงบดุล (งบแสดงฐานะการเงิน)ในส่วนของสินทรัพย์หมุนเวียน ตามที่ได้กล่าวไปแล้วคือค่าใช้จ่ายล่วงหน้านั้นเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนที่สภาพคล่องต่ำที่สุดอย่างหนึ่ง เพราะแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะขอคืนเงินสดจากผู้ขาย/ให้บริการ ลองนึกภาพง่ายๆ เช่นเราจ่ายค่าบริการล่วงหน้าผู้ให้บริการมือถือ แล้วขอคืนเงิน กว่าจะได้นี่มันยากเย็นแสนเข็ญมากๆ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทางบัญชี จัดให้ค่าใช้จ่ายล่วงหน้าเป็นสินทรัพย์หมุนเวียนสภาพคล่องต่ำนั่นเอง บทความที่เกี่ยวข้อง: Accrued expenses คือ อะไร อยู่ในหมวดไหน

Accrued expenses คือ อะไร อยู่ในหมวดไหน

accrued expenses หรือค่าใช้จ่ายค้างจ่ายคืออะไร อยู่ในหมวดไหน

Accrued Expenses (ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย) คือ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้ว กิจการได้รับประโยชน์ไปแล้ว แต่กิจการยังไม่ได้ชำระ เวลาลงบันทึกบัญชีจึงเขียนว่าค่าใช้จ่ายค้างจ่าย ตัวอย่างของค่าใช้จ่ายค้างจ่าย เช่น ค่าแรงงานค้างจ่าย ดอกเบี้ยค้างจ่าย เป็นต้น ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายจะแตกต่างกับ Accounts Payable ที่มียอดชำระชัดเจนและเรียกเก็บเงินแล้ว ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายเหล่านี้หลายๆ ครั้งมักเป็นตัวเลขประมาณการเพราะกิจการอาจยังไม่ได้รับใบแจ้งหนี้ จึงทำให้ยังไม่ได้ชำระเงิน Accrued expense อยู่หมวดไหน เนื่องจากค่าใช้จ่ายค้างจ่าย เป็นค่าใช้จ่ายที่มักจะเกิดขึ้นและถูกชำระภายในรอบปี ดังนั้นค่าใช้จ่ายค้างจ่ายจึงอยู่ในส่วนของหนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities) และอยู่ในส่วนของงบดุล แต่เมื่อชำระแล้วจะเป็นค่าใช้จ่าย ซึ่งอยู่ในงบกำไรขาดทุน บทความที่เกี่ยวข้อง: Prepaid expense หรือค่าใช้จ่ายล่วงหน้าคืออะไร

Operating Expenses คืออะไร?

operating expenses คืออะไร อยู่ในงบอะไร

Operating Expenses หรือ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน คือ ค่าใช้จ่ายทั่วไปที่เกิดขึ้นในการทำธุรกิจในแต่ละวัน โดยที่ไม่รวมต้นทุนขาย Operating Expenses จะอยู่ในส่วนของงบกำไรขาดทุน สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ ค่าใช้จ่ายในการขาย (Selling Expenses) – จะเป็นค่าใช้จ่ายทุกอย่างที่เกิดขึ้น เพื่อให้เกิดการขายสินค้าและบริการของบริษัท เช่น ค่าโฆษณา ค่าขนส่ง ค่าโทรศัพท์ ค่าใช้จ่ายในการบริหาร (General and Administrative Expenses) – จะเป็นค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการบริหารงานทั่วไปของบริษัท เช่น ค่าเงินเดือนพนักงาน ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าเอกสารต่างๆ ในออฟฟิศ เป็นต้น บทความที่เกี่ยวข้อง: Operating Revenue คืออะไร ตัวอย่างการหาค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจากงบการเงินจริง จากงบกำไรขาดทุนของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ในรูปด้านบน จะเห็นว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน สามารถแยกออกมาเป็น ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารด้วย แต่จะไม่รวมต้นทุนขาย และต้นทุนการให้เช่าและบริการ ทั้งนี้ บรรทัดที่เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน อาจจะแยกออกไปได้ตามสมควร … Read more

รายงาน 56-1 คืออะไร สำคัญอย่างไรกับนักลงทุน

แบบรายงาน 56-1 คืออะไร สำคัญอย่างไรกับนักลงทุน

แบบรายงาน 56-1 คือแบบรายงานที่บริษัทจดทะเบียนต้องส่งให้กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยจะมีเนื้อหาสรุปถึงการดำเนินการทางธุรกิจ การจัดการ การดูแลกิจการ รวมถึงผลประกอบการของบริษัทในแต่ละปี แบบรายงาน 56-1 มีความสำคัญมากกับนักลงทุน เพราะเป็นรายงานที่บอกถึงตัวธุรกิจในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการดำเนินธุรกิจ จุดแข็ง จุดอ่อนของบริษัท โครงสร้างบริษัท ภาพรวมอุตสาหกรรม ฯลฯ แบบรายงานนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญมากกับนักลงทุนที่ต้องการทำความเข้าใจเกี่ยวกับบริษัทมากขึ้นก่อนตัดสินใจลงทุน การที่เราได้อ่านแบบรายงานที่เขียนโดยผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรม จะทำให้เรามีความเข้าใจในธรรมชาติของธุรกิจต่างๆ ได้ดีขึ้น ทำให้เราเข้าใจว่าแต่ละสิ่งเชื่อมโยงกันอย่างไร อะไรบ้างที่มีผลต่อรายได้ และต้นทุนของกิจการ ในไฟล์ 56-1 ที่ทุกบริษัทแนบมาแบ่งเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ การประกอบธุรกิจ ในส่วนการประกอบธุรกิจ จะอธิบายถึงลักษณะการประกอบกิจการของบริษัท บริษัทขายหรือให้บริการอะไร คู่แข่งเป็นใครบ้าง จุดอ่อน จุดแข็ง มีทรัพย์สินอะไรที่ใช้ในการทำธุรกิจ ความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น รวมไปถึงคดีความการฟ้องร้องที่บริษัทมีด้วย แยกย่อยได้ดังนี้ นโยบายและภาพรวมการประกอบธุรกิจ ลักษณะการประกอบธุรกิจ ปัจจัยความเสี่ยง ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ ข้อพิพาททางกฎหมาย ข้อมูลทั่วไปและข้อมูลสำคัญอื่น การจัดการและการกำกับดูแลกิจการ ส่วนนี้จะบอกถึงโครงสร้างต่างๆ เช่นโครงสร้างของบริษัทและโครงสร้างการบริหาร ความรับผิดชอบต่อสังคม CSR รายการระหว่างกันของบริษัทและบริษัทย่อย ในส่วนที่เป็นโครงสร้างบริษัทนี้ … Read more